Interviews

‘โรงเรียนภัทราวดี หัวหิน’ ทางเลือกใหม่ให้แก่ภาคการศึกษาเมืองไทย

นับเป็นพัฒนาการอีกขั้นของวงการการศึกษาเมืองไทย เมื่อศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ประจำปี ๒๕๕๗ ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ได้นำความเชี่ยวชาญด้านศิลปศาสตร์มาผนวกเข้ากับจิตวิญญาณความเป็นครู พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนโดยใช้ศิลปะเป็นสะพานเชื่อมสู่การเรียนรู้และได้จัดตั้งโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ที่เปิดสอนในระดับอนุบาล, ประถมและมัธยมขึ้น เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยไปสู่ความเป็นเลิศตามสาขาวิชาและความถนัดของแต่ละบุคคลภายใต้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กระทรวงศึกษาธิการ

IMG_20161005_095527โรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ของครูเล็ก -ภัทราวดี มีชูธน  ทางเลือกใหม่ให้แก่ภาคการศึกษาเมืองไทย ผู้เป็นนักแสดงชื่อดัง และศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ครูเล็กเล่าให้ฟังว่า “ความตั้งใจจริงที่สร้างโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นคือ ‘ต้องการทำเพื่อระลึกถึงแม่ (คุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ)’ เพราะแม่สอนเสมอว่า ‘เรามีความรู้อะไรก็ต้องแบ่งปัน’ จึงได้นำที่ดินของแม่กว่า ๑๐๐ ไร่ใน อ.หัวหิน มาพัฒนาเป็นสถานศึกษาทางเลือกใหม่ให้แก่เด็ก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางและใช้ศิลปะเป็นสื่อเพื่อนำองค์ความรู้ทั้งด้านวิชาการและการดำเนินชีวิตไปยังเด็กและครอบครัว เราต้องการสร้างสรรค์ให้นักเรียนมีอิสระภาพ

IMG_20161005_091536ซึ่งครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ได้นำความเชี่ยวชาญด้านศิลปศาสตร์มาผนวกเข้ากับจิตวิญญาณความเป็นครู พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนโดยใช้ศิลปะเป็นสะพานเชื่อมสู่การเรียนรู้และได้จัดตั้งโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ที่เปิดสอนในระดับอนุบาล, ประถมและมัธยม ทั้งแบบประจำและไปกลับ โดยในแต่ละปีจะเปิดรับนักเรียนเพียงชั้นละ ไม่เกิน ๒๐ คนเท่านั้นเพื่อพัฒนาเยาวชนไทยไปสู่ความเป็นเลิศตามสาขาวิชาและความถนัดของแต่ละบุคคลภายใต้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กระทรวงศึกษาธิการ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องการบ่มเพาะเด็กที่เรียนได้ดีในสิ่งที่เด็กถนัดและรักที่จะเป็น โดยการใช้ศิลปะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็ก ๆ แสดงออกถึงศักยภาพที่แท้จริงของตน เพื่อให้ได้รู้จักตัวเอง และก้าวเดินต่อไปในอนาคตอย่างมั่นใจ มีคุณภาพ และถูกทาง” ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ที่สนใจเรียนรู้ในรูปแบบการเรียนการสอนระยะสั้นร่วมในหลักสูตร Weekend School และ Summer Camp อีกด้วย ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน กล่าวถึงจุดต่างของโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน

สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน นั้น จะเน้นการสร้างสมดุลย์ระหว่างแกนด้านหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการและแกนด้านการเรียนรู้ในการดำรงชีวิต เพื่อสร้างให้เด็กฉลาดในการเรียนรู้และฉลาดในการใช้ชีวิตในโลกยุคปัจจุบันอย่างมีคุณภาพ “เรามักพบเสมอว่าเด็กที่เรียนดีมากอาจจะไม่ใช่เด็กที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป ดังนั้นนอกจากที่เราจะสอนเด็กตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการแล้วเรายังนำองค์ความรู้ด้านอื่น ๆ มาเสริมให้เด็กด้วย อาทิ การใช้วิชาสันทนาการเป็นเครื่องมือสร้างความฉลาดทางอารมณ์หรือ ‘อีคิว (Emotional Quotient)’ ที่ความสำคัญต่อความสำเร็จและความสุขในชีวิตมนุษย์ เพราะปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่มีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมสภาวะทางอารมณ์ค่อนข้างมาก โดยเราได้นำ ‘การขี่ม้า’ เข้ามาช่วยฝึกสมาธิ การเรียนรู้ในการเป็นผู้นำและผู้ตาม และการสร้างมิตรภาพนอกเหนือจากมนุษย์ด้วยกัน

การสอนวิทยาศาสตร์โดยนำสมุนไพรพื้นบ้านมาเป็นสื่อซึ่งสร้างให้เด็กเรียนรู้ถึงประโยชน์ สรรพคุณ และเห็นคุณค่าของพืชสมุนไพรไทยที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับในระดับโลก การสอนการทำเกษตรและการทำอาหาร ภายใต้แนวคิด ‘ปลูกทุกอย่างที่กินและกินทุกอย่างที่ปลูก’ โดยเราเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำแปลงเกษตรด้วยตนเอง เพื่อเรียนรู้ว่าพืชใดเหมาะกับสภาพดินและอากาศในแต่ละฤดูกาล เพื่อให้เด็กได้ฝึกการสังเกตและรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ และเมื่อแก้ไขได้นั่นคือความสำเร็จที่เด็กภาคภูมิใจ ที่ได้จากผลผลิตทางการเกษตร และนำผลผลิตที่ได้นั้นไปประกอบอาหารไว้รับประทานภายในโรงเรียน ซึ่งเด็ก ๆ ได้รับการสอนการทำอาหารโดย Chef เม (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) ที่ชนะเลิศเหรียญทองจากการแข่งขัน “Makro HoReCa Challenge 2016” นอกจากนี้ส่วนผลผลิตที่เหลือก็นำไปจำหน่ายแก่ชุมชนท้องถิ่นต่อไป ซึ่งเสริมสร้างให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงินและการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญที่ทำให้เราแตกต่างจากโรงเรียนที่อื่นๆ คือการดึงเอาศิลปศาสตร์ในแขนงต่างๆ มาพัฒนาเด็กๆ ของเรา อาทิ การสร้างความแข็งแรงทางด้านร่างกายผ่านกิจกรรมที่เราเรียกว่า Dancercise หรือการเต้นออกกำลังกายในทุกเช้าเพื่อให้เด็กพร้อมกับการเรียนรู้ในแต่ละวัน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกเช่น การฝึกโยคะ การว่ายน้ำ การเรียนกอล์ฟ  การฝึกการเรียนรู้เกี่ยวกับวรรณคดีทั้งไทยและและต่างประเทศ โรงเรียนของเราไม่ใช่โรงเรียน 2 ภาษาแต่จากการที่มีเด็กนักเรียนไทยและต่างชาติเรียนด้วยกัน เด็กๆจึงได้แลกเปลี่ยนทั้งภาษาและวัฒนธรรมทำให้เด็กไทยมีมั่นใจและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

เทคโนโลยีเป็นอีกสิ่งที่จะช่วยเข้าถึงเด็กนักเรียนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการเรียนการสอนจึงมีการผนวกเทคโนโลยีเข้าไปเช่นการให้นักเรียนส่งเรียงความภาษาอังกฤษให้ตรวจทางเฟสบุ๊ค แมสเซ็นเจอร์ (Facebook Messenger) หรือการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนสร้างไลน์ กรุ๊ป (Line group) เพื่อช่วยกันตรวจการบ้านเบื้องต้นกันเองทางไลน์ก่อนที่จะส่งให้ครู และอีกหนึ่งกิจกรรมหลักสำหรับนักเรียนโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน เพื่อเฟ้นหาความถนัดของเด็กพร้อมกับการเรียนรู้การทำงานเฉกเช่นในชีวิตจริงหลังจบการศึกษาไป คือการทำโครงงานละครประจำปี โดยนักเรียนของเราต้องทำทุกอย่างทั้งหมดด้วยตนเอง เป็นต้น”  ครูเล็ก-ภัทราวดี กล่าวด้วยรอยยิ้ม

VICHUAHIN 28“ในแต่ละวันนอกจากเด็กจะเรียนวิชาหลักเหมือนโรงเรียนทั่วไปแล้ว เรายังเสริมความรู้ในด้านอื่น ๆ ให้เด็กด้วย เราโชคดีที่ได้ทีมคุณครูทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่มีประสบการณ์ในการสอนมาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้แก่เด็ก ๆ ของเรา นอกจากนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างโรงเรียนแห่งนี้เพื่อเห็นประโยชน์ของเยาวชนเป็นสำคัญ ทำให้เราได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากคณาจารย์ ศิลปินชั้นแนวหน้าของวงการศิลปะทั้งไทยและต่างประเทศ มามอบประสบการณ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เด็ก ๆ ของเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าหาที่อื่นไม่ได้แน่นอน” ครูเล็ก-ภัทราวดี กล่าว ในแต่ละปีเราจะมีการทำโครงงานหลักคือการทำละครโดยฝีมือของเด็ก ๆ โรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ที่สนับสนุนโดยมูลนิธิละครธรรมะ ในพระสังฆราชูปถัมภ์  และเหล่าคณาจารย์ด้านศิลปศาสตร์ ภายใต้แนวคิด ‘Live and Learn through Arts and Culture’  โดยให้เด็กได้เรียนรู้การทำงานเป็นระยะเวลานานถึง ๕ เดือน ได้ทดลองบริหารจัดการด้วยตนเองภายใต้คำแนะนำของทีมครู ตั้งแต่การศึกษาบทละครต้นฉบับ ได้ศึกษาความงามทางภาษาศาสตร์ทั้งไทยและอังกฤษ การกำกับละคร การวางตัวนักแสดง การสร้างสรรค์บทเพื่อใช้แสดง การฝึกการใช้เสียงและบุคลิกภาพ การสร้างฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการสร้างสรรค์ละคร การสร้างสรรค์แบบเสื้อผ้า การผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์   การต้อนรับผู้เข้าชม ฯลฯ

พร้อมจุดเด่นของการแสดงของนักเรียนเราคือการแสดงจะมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เข้าชมทุกเพศวัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเราได้จัดติดต่อกันเป็นปีที่ ๔ โดยในปีนี้ เราจะมีการจัดแสดงละคร ๒ เรื่องคือ ละครเพลงเรื่องเงาะป่า บทละครร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ซึบซับเสน่ห์ของวรรณคดีไทย โดยเงาะป่ามีบทกลอนที่ไพเราะอ่านง่าย ให้ความคิดในเรื่องความละอายและความรับผิดชอบของชาวป่าซาไก ที่น่านำมาพิจารณาวิเคราะห์เพื่อเตือนสติคนเมืองในยุคปัจจุบัน และละครเรื่อง A Midsummer Night’s Dream (ฝันในคืนกลางฤดูร้อน) บทประพันธ์ของกวีและนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของโลกชาวอังกฤษ วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) ในโอกาสครบรอบ ๔๐๐ แห่งการจากไป นำมาให้เด็กๆ ได้รู้จัก วัฒนธรรมของชาติอื่น ถึงจะคนละชาติภาษาแต่ก็มีความโลภโกรธหลงของมนุษย์เหมือนๆ กัน ซึ่งละครทั้ง ๒ เรื่องนี้จะถูกนำมาจัดแสดงในงาน VIC HUA HIN THEATRE SEASON 2016 ที่จะจัดตั้งแต่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๖๐ ที่วิกหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

IMG_20161005_152603อนึ่ง VIC HUA HIN THEATRE SEASON 2016  จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ร่วมกับกลุ่มศิลปินในระดับคณาจารย์ชั้นแนวหน้าของไทยและต่างประเทศ ร่วมรังสรรค์ผลงาน อาทิ ดนตรี นาฏศิลป์ ละครเวที กายกรรม ภาพยนตร์สารคดี และนิทรรศการภาพถ่าย เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ จุดประกายความคิดในหลากหลายมิติ เพื่อค้นหาการพัฒนาและสืบสาน ศิลปวัฒนธรรม ในการเรียนการสอนของศตวรรษที่ ๒๑ และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนของโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน ได้แสดงพลังความคิดสร้างสรรค์การเรียนรู้ ผ่านงานศิลปะและการจัดการเฉกเช่นมืออาชีพ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลของโรงเรียนภัทราวดี หัวหินได้ที่ www.patravadischool.com และผู้ที่สนใจเข้าชมการแสดง VIC HUA HIN THEATRE SEASON 2016 สามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.vichuahin.com