ทริปแม่ฮ่องสอน ตอนที่ 2

ทริปแม่ฮ่องสอนต่อจาก ตอนที่ 1 นะคะ ที่ทางทีมงานไปถึงวันที่ 3 คราวนี้เราจะเล่าเรื่องต่อ เป็นวันที่สี่ค่ะ ตามทริปของเราจะไปอาทิตย์หนึ่ง อย่าลืมติดตามนะคะ แม่ฮ่องสอนมีสถานที่เที่ยวมากมายจริง ๆ

วันที่สี่ ของการเดินทางแล้ว วันนี้เรามีน้องแอร์ เจ้าหน้าที่ททท. เป็นผู้นำเส้นทาง นัดกันไว้ตอนตี 5 ครึ่ง เพื่อขึ้นไปที่โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ระยะทางจากที่พักไปอีก 48 กม.ไปชมสายหมอกยามเช้ากัน ทีมงานเตรียมพร้อมตามที่นัดหมาย ไม่อยากบอกเลยว่า หนาวสุดขั้วจริง ๆ ลมพัดเย็นมาก มือจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว ใช้เวลาเดินทางจากที่พักของภูชบารีสอร์ท ถึงปางอุ๋ง หนึ่งชั่วโมงได้ เส้นทางว่า 1,864 โค้งนี่โหดแล้วนะ แต่ที่นี่โหดยิ่งกว่า เพราะอะไรหรือคะ เพราะทางโค้งที่ขึ้นปางอุ๋งนั้น เป็นทางโค้งแบบช่วงสั้น หักขึ้นสูงเหมือนหักศอกเยอะมาก ในขณะที่โค้ง 1,864 นั้น ส่วนใหญ่โค้งยาว ไม่ค่อยน่ากลัว เราขับขึ้นไปเป็นทางลาดชันมาก เสียวท้องน้อยตลอดเวลา ลุ้นให้ถึงไว ๆ แต่ใจก็บอกว่า รถคู่ใจคือเชฟโรเลตของเรา ต้องพาเราผ่านไปได้แน่ ทำให้มั่นใจมากขึ้น  พอเดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว ก็บอกได้เลยว่า คุ้มค่าจริง ๆ ที่ขึ้นมา วิวทิวทัศน์สวยงามจริงเชียว ที่นี่ถึงได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ยอดฮิตสุดแสนโรแมนติกติดอันดับของ จ.แม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ยิ่งยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำผ่านทิวสน และไอหมอกบาง ๆ เป็นภาพที่สร้างความประทับใจยากจะลืมเลือน แม้ในกระทั่งเวลาที่หมอกเลือนลางหายไปก็ยังคงความงามเช่นกัน

กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การนั่งแพชมทัศนียภาพและ บรรยากาศโดยรอบ วันนี้ทีมงานมีโอกาสเห็นหงส์ดำ หลายตัวที่พระราชทานจากสมเด็จพระราชินี เพราะน้องแอร์เล่าว่า บางทีหงส์ก็ไม่แวะเวียนมาให้เห็นมากนัก

ต่อจากที่นี่ เราก็มุ่งไปต่อที่พระตำหนักปางตอง หรือ ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ ใช้เส้นทางสายแม่ฮ่องสอน-ปาย (ทางหลวงหมายเลข 1095) ห่างไปอีก 14 กม. เป็นสถานีค้นคว้าวิจัยและส่งเสริมการปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์เมืองหนาวแก่ชาวไทยภูเขา ภายในมีทุ่งหญ้าเลี้ยงแกะ และแปลงไม้ดอกเมืองหนาว ซึ่งเป็นแหล่งรวมดอกไม้นานาชนิด และมีพระตำหนักปางตอง ซึ่งเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ยามเสด็จฯ มาเยือนที่แม่ฮ่องสอนอีกด้วย  นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จาก ขนแกะ อย่างผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่สวย ๆ ให้เลือกซื้อกันในราคากันเองอีกด้วย 

หลังจากนั้นใกล้ถึงเวลาเที่ยงแล้ว ทีมงานอยากจะพาไปที่บ้านลีไวน์รักไทย รีสอร์ท ระยะทางอีกเพียง 15 กม. ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมกันมาก เพราะคุณจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ในแมกไม้และขุนเขาเพียงแห่งเดียว ที่คุณจะได้สัมผัสกับสายหมอกยามเช้า ท่ามกลางไร่ชา พร้อมไวน์รสเลิศ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนาน และมีอาหารจีนยูนานหลากหลายเมนู ที่พักเปิดให้จองปีละครั้งในเดือนกรกฎาคม แต่บางรายจองข้ามปีล่วงหน้าตั้ง หกเดือนเลยล่ะ ที่นี่เค้าโด่งดังจากการทำไวน์ และชาจีน ราคาที่พักไม่แพงมากด้วย วิวทิวทัศน์ของไร่ชาที่นี่สวยงาม เหมือนราวกับไปเมืองจีนเลยเชียว วันนี้ต้องขอขอบคุณ ผู้สนับสนุนเสื้อ T-Shirt จาก  Hornbill ด้วยนะคะ

เรารับประทานอาหารเที่ยงที่นี่ เป็นอาหารจีนยูนาน ต้องบอกว่าอร่อยมากเลย เพราะน้องแอร์ เจ้าหน้าที่ททท.สั่งมาให้ทีมงานชิมแล้ว ติดใจกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหมูพันปี , ยำใบชา, ผักโอชุน, ขาหมู-หมั่นโถว ก้านเห็ดทอด เป็นต้น และยังมีสถานที่ให้ถ่ายรูปอีกหลายจุดด้วยกัน ทีมงานก็ไม่รอช้า ขอแชะภาพสวย ๆ มาฝากกันด้วยค่ะ สนใจมาที่บ้านรักไทย ติดต่อได้ที่คุณวชิราภรณ์ (พี่ฟ้า) ได้เลยนะคะ เบอร์โทร 089-950-0955, 089-262-1335 หลังจากที่อิ่มแปร้กันไปเต็มที่ เราก็เตรียมไปลุยสถานที่ต่อไปกันนะคะ แต่ขอติดไว้ก่อน โปรดติดตาม ทริปแม่ฮ่องสอน ตอนที่ 3 ในเร็ว ๆ นี้ค่ะ

 

Social profiles