สสส. ผนึกเครือข่าย เปลี่ยนพื้นที่ ‘เสี่ยง’ เป็นพื้นที่ ‘สุข’

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) กลุ่มดินสอสี เครือข่ายพื้นที่นี้ดีจัง มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา (มยพ.) เดินหน้าต่อยอดยุทธศาสตร์ 3ดี สื่อดี พื้นที่ดี และภูมิดี มาเป็นตัวชูโรงเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุข สร้างเยาวชนนักสื่อสาร ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่จะนำคุณค่าและจิตวิญญาณของชุมชนให้กลับมาขยายพื้นที่ครอบคลุม 35 จังหวัดทั่วประเทศ ปั้นเยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะกว่า 2,000 คน 

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักงานสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. เปิดเผยว่า “ สสส. ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะ ทุกมิติ รวมถึงการส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อวิถีชีวิตสุขภาวะ คนไม่อาจมีความสุขได้ในสภาพพื้นที่สังคมที่เต็มไปด้วยปัญหาและความเสี่ยง แผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. โดยการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชน อาทิ สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) กลุ่มดินสอสี เครือข่ายพื้นที่นี้ดีจัง มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา (มยพ.) จึงจับมือเดินหน้าใช้ ยุทธศาสตร์ 3 ดี สื่อดี พื้นที่ดี และภูมิดี มาเป็นตัวชูโรงเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข สร้างเยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่จะนำคุณค่าและจิตวิญญาณของชุมชนให้กลับมาอีกครั้ง”

โครงการ ‘รองเมืองเรืองยิ้ม’ และ ‘คลองเตยดีจัง’ คือตัวอย่างของโครงการที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุมชนแออัด ที่เมื่อเอ่ยชื่อก็นึกถึงสภาพชุมชนเสื่อมโทรมที่เต็มไปด้วยปัญหายาเสพติดให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงานศิลปะของเด็กและเยาวชน

 เชษฐา มั่นคง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) หนึ่งในภาคีเครือข่ายแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า “รองเมืองเรืองยิ้มเป็นการดำเนินงานที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างสุขภาวะใน 4 ชุมชนย่านรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. เราสร้างกระบวนการให้เด็กและเยาวชนในชุมชนออกค้นหาเรื่องราวในวิถีชีวิต อาหาร ภูมิปัญญาเก่าแก่ของชุมชน แล้วนำมาพัฒนาเป็นสื่อสร้างสรรค์ ตกผลึกเป็นความรู้ เกิดเป็นความรัก เห็นคุณค่าชุมชนของตัวเอง”  

ด้านผู้จัดการสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.) กล่าว “ศิลปะจะทำให้คนรู้สึกผูกพันกับชุมชน การพัฒนาชุมชนจะไม่ใช่หน้าที่ของผู้นำชุมชนเท่านั้น แต่จะเป็นใครก็ได้ สถาปนิก ศิลปิน พ่อค้าแม่ค้า คนในชุมชนทุกคนที่มาร่วมแรงร่วมใจกันจะทำให้เกิดความรู้สึกเห็นคุณค่า เราเรียกพื้นที่นี้ว่าพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นพื้นที่แห่งความสุข พื้นที่ทางปัญญา ซึ่งมันจะเชื่อมโยงนำไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่น ๆ ทั้งสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจต่อไปในอนาคตได้”

 

 

 

Previous post พบกับ ‘ลาซาล อเวนิว’ คอมมูนิตี้มอลล์แนวใหม่ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์
Next post Google เตรียมจัดงาน Demo Day Asia ที่เซี่ยงไฮ้ในปีนี้
Social profiles