‘กลุ่ม ปตท.’ ร่วมกับ ‘ไรส์’ จัด D-Next: Demo Day 2018

กรุงเทพ (13 กรกฎาคม 2561) – นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด เป็นประธานในพิธีเปิดงาน D-NEXT: Demo Day 2018” ภายใต้โครงการ “D-NEXT by PTT Digital x RISE” ดำเนินการโดย บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด (PTT Digital) ร่วมกับ RISE สถาบันเร่งสปีด นวัตกรรมองค์กร และสตาร์ทอัพระดับภูมิภาค โชว์ผลงาน Prototype ของ 15 ทีม สตาร์ทอัพระดับโลก ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม Bootcamp พัฒนาศักยภาพ ขยายการเติบโตธุรกิจตลอดระยะเวลา 3 เดือน ต่อผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นักลงทุนและนักธุรกิจชั้นนำในวงการสตาร์ทอัพกว่า 300 ท่าน พร้อมเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ  ร่วมงานกับกลุ่ม ปตท. เพื่อนำเทคโนโลยีมาต่อยอด ให้ตอบโจทย์การพัฒนาธุรกิจ New-S Curve พร้อมเติบโตแบบก้าวกระโดด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศและภูมิภาคอาเซียน

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กล่าวว่า “กลุ่ม ปตท. มุ่งที่จะนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์กรขนาดใหญ่ในยุคดิจิตอลที่แข่งขันกันด้วยความเร็วในการพัฒนางานนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยกลุ่มปตท. ได้เปิดตัวโครงการร่วมกับ RISE ภายใต้ชื่อโครงการ “D-NEXT by PTT Digital x RISE” มาเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพจากกว่า 300 ทีม จาก 22 ประเทศทั่วโลก มาคัดเลือกให้เหลือ 15 ทีม ที่เหมาะสมกับธุรกิจทั้ง 6 ด้านของกลุ่ม ปตท. ได้แก่ Energy & Utility Management, Operation & Maintenance, Health & Environment, Sales & Marketing, Finance และธุรกิจอื่นๆ เช่น Human Resources  เป็นต้น โดยสตาร์ทอัพทั้ง 15 ทีมนี้ จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่นำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้แก้ปัญหาให้กับธุรกิจในกลุ่ม ปตท. โดยงาน D-NEXT: Demo Day 2018 ในวันนี้ เป็นครั้งแรกของการโชว์ผลงานของสตาร์ทอัพซึ่งได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ธุรกิจกลุ่ม ปตท. ในระดับต้นแบบ (Prototype)

นางอรวดี  โพธิสาโร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ตลอด 12  สัปดาห์ใน Bootcamp สตาร์ทอัพทั้ง 15 ทีม ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางธุรกิจและเทคโนโลยีของกลุ่ม ปตท.และพันธมิตรจาก RISE รวมทั้งมีการเสนอผลิตภัณฑ์ให้หน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้ทดสอบการใช้งานเพื่อพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติม

ด้าน คุณหญิง จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ร่วมก่อตั้ง RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรและสตาร์ทอัพ กล่าวว่า “RISE เล็งเห็นว่า การผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิตอลอย่างผู้ที่ได้เปรียบในระดับสากลนั้น องค์กรขนาดใหญ่ มีส่วนสำคัญต่อการสร้าง New-S Curve ให้กับประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิตอล มีแนวโน้มเติบโตถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาเซียนถือว่า เป็นภูมิภาคที่ได้เปรียบตรงที่เป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ด้วยจำนวนประชากรรวมกว่า 620 ล้านคน รองจากจีนและอินเดีย

สำหรับสตาร์ทอัพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ (D-NEXT Award) จากผลการตัดสินของคณะกรรมการ ได้แก่ ทีม BBP (Barghest Building Performance) สตาร์ทอัพด้าน Energy Tech จากประเทศสิงคโปร์ นำเสนอระบบควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารด้วยอัลกอริทึ่มอัจฉริยะแบบ Real-time ทำให้เพิ่มหรือลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในอาคารได้อย่างเหมาะสมด้วยระบบอัตโนมัติ ลดการใช้พลังงานลงได้สูงสุดถึง 40 % ตลอดจนลดค่าใช้จ่าย และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดย BBP จะคิดค่าบริการตามสัดส่วนพลังงานที่ช่วยให้ธุรกิจประหยัดลงได้ นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพที่ได้รับรางวัล Fan Favorite Award ได้แก่ ทีม UpUp App สตาร์ทอัพด้าน HR Tech จากประเทศเวียดนาม นำเสนอแอพพลิเคชั่นในรูปแบบเกมที่ช่วยสร้างความผูกพันของพนักงาน ด้วยการสะสมคะแนนแลกรับของรางวัล ตามเป้าหมายและผลลัพธ์ของการดำเนินงานที่ตั้งไว้ ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน ทำให้วัดผลการดำเนินงานได้เร็วขึ้น และเพิ่มความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กร   

Social profiles