ปั้นแบรนด์ให้โต โกออนไลน์ กับ จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ นักการตลาดพันล้าน

ลองสังเกตุดูว่าเสื่อเวลาเราจะขายของ เราไปโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมาย ไปโฟกัสที่ชิ้นงานโฆษณา ซึ่งสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ และคุณเองก็มองข้ามสิ่งนั้นไป นั่นก็คือ “จุดประสงค์ของการทำการตลาด (แคมเปญ)”

สิ่งนี้ขาดไม่ได้เลย คุณต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ชัด ซึ่งจะเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละช่วงนั่นเอง

เพราะสิ่งสำคัญคือ การสื่อสารที่… “ถูกกลุ่ม ถูกวัย ถูกที่ และถูกเวลา”

พฤติกรรมของผู้บริโภคมีอยู่ 5 ด่าน ด้วยกัน

Brand Awareness
ด่านแรก “ทำให้สะดุดตา ทำให้รู้จักสินค้า ทำให้คนรู้จักแบรนด์” เน้นปริมาณคนสนใจ และเน้นความถี่ที่เขาเห็นเพื่อสร้างความจดจำ ไปส่วนจะต้องทำให้สะดุดตาใครนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของคุณครับ ในช่วง Brand Awareness นี้คุณยังไม่จำเป็นต้องทำให้เขารู้จักคุณมาก

ด่านนี้เป็นเพียงการปรากฎตัวเพื่อให้เขา (ว่าที่ของว่าที่ลูกค้าคุณ) เห็นแบบนิดๆหน่อยๆ แต่ บ่อยๆ จนเขาต้องถึงกับเอะใจและเรามอยากรู้ว่า Who are you & What are you doing เช่น คุณเริ่มต้นจำหน่ายผลิตภัณท์อาหาร แล้วคุณพยายามไปปรากฏตัวออกบูธในงานต่างๆและต่อเนื่อง จนภาพแบรนด์เริ่มติดตานั่นเอง

Consideration
ด่านที่ 2 “เมื่อเขารู้จักเราแล้ว เราต้องรู้จักให้” เน้นให้ผู้บริโภคเชื่อมั่น และมั่นใจในแบรนด์ของเรา เป็นด่านที่เราจะต้องสร้างความมั่นใจ สร้างความคุ้นเคยให้ได้ แสดงให้เห็นคุณค่าของแบรนด์ โดยการให้ข้อมูล เรื่องราวที่เกี่ยวกับสินค้าของคุณมันช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้น แตกต่าง และสร้างประโยชน์ได้อย่างไรเช่น เมื่อคุณขายอาหารคุณต้องเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เห็น ได้ลิ้มลอง ได้รับรู้ภึง จุดเด่น , ประโยขน์ และรสชาติที่ดีของอาหารนั้นๆ

Purchase
ด่านที่ 3 “อยากขายง่าย ให้ขายคนที่คุ้นเคยกับเรา”
การตลาดจะเริ่มง่ายขึ้น เมื่อลูกค้าเริ่มรู้จักและคุ้นเคยกับเราแล้ว ลูกค้าจะเริ่มวางใจและเปิดใจ  เช่น ถ้าคุณมีเพจหน้าร้านออนไลน์ ที่คุณต้องทำคุณคือ เอาภาพที่เคยออกบูธงานอีเว้นท์ต่างๆ ปล่อยออกสื่อและเริ่มทำโฆษณา หรือบทความบอกให้ชัดเจน ให้เขารู้ว่าร้านคุณอยู่ตรงไหน? หรือเขาสามารถหาสินค้าคุณจากที่ไหนได้บ้าง? ทั้งนี้การบูธโพสต์ควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน (เดี๋ยวนี้ง่ายหน่อยเพราะFacebookจะมีการเตือนหากโฆษณาไม่ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย) สำหรับขายออนไลน์ ต้องทำให้ลูกค้าสั่งซื้อง่ายที่สุด ขั้นตอนน้อยที่สุด อ่านข้อมูลแล้วเข้าใจทันทีไม่ต้องถามเยอะ ถ้าทำได้…ยอดขายมาแน่นอน

Retention
ด่านที่ 4 “ซื้อแล้ว ต้องกลับมาซ้ำ” เน้นการดูแล ด่านนี้เปรียบเสมือนการบริการหลังการขาย, การให้สิทธิพิเศษ หรือการให้ความรู้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง จริงๆ ส่วนนี้สำคัญที่สุด เพราะมันคือฐานลูกค้าของคุณ “ทำอย่างไร ให้ลูกค้าเก่าของเราประทับใจในสินค้า, แบรนด์ หรือบริการ” เพราะ 80% ของยอดขายมาจากลูกค้าเก่านั่นเองครับ ถ้าเราทำตรงนี้ได้ คุณจะได้ลูกค้าที่จะกลับมาซื้อซ้ำอย่างแน่นอน

ยกตัวอย่าง คุณอาจจะสร้าง Line@ ขึ้นเพื่อให้คุณและลูกค้าได้ติดต่อกันสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการ Broadcast ข้อมูลดี สิทธิพิเศษต่างๆ หรือกำหนดรูปแบบสมาชิกขึ้นมา และสิ่งที่คุณจะชนะคู่แข่งได้คือ คุณต้องรู้จักเก็บข้อมูล Email หรือเบอร์โทรของลูกค้าไว้ เพราะคุณสามารถนำส่วนนี้มาทำ Remarketing สำหรับทำโฆษณาออนไลน์ได้เมื่อคุณมีสินค้าใหม่ หรือจัดโปรโมชั่น เป็นต้น

Advocacy
ด่านสุดท้ายด่านที่ 5 “ติดเรา จนบอกต่อ” ด่านนี้คุณเตรียมเปิดแชมเปญได้เลย เพราะคุณกำลังจะได้นักรีวิวชั้นเยี่ยม เป็นกระบอกเสียงให้คุณอีกแรง โฆษณาให้คุณแบบฟรีๆ

การบอกต่อ มีอิทธิพลมากเพราะมาพร้อมกับความไว้เนื้อเชื่อใจ จากเพื่อน ญาติ พี่น้อง แฟน ฯลฯ เป็นต้น

Previous post MG 3” และ “MG ZS” คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี “Car of the Year 2019”
Next post สสว. จัดงานฉลองครบรอบ 10 ปี SME National Awards หวังต่อยอด สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ สู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ
Social profiles