บ๊อช ร่วมงาน Techsauce Global Summit 2019

บ๊อช จัดแสดงโซลูชั่นส์ที่เชื่อมต่อกันสำหรับธุรกิจต่าง ๆ ตั้งแต่อุตสาหกรรม 4.0 เกษตรกรรมอัจฉริยะ ไปจนถึงการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ที่ส่วนจัดแสดง Bosch Innovation House ภายในงาน Techsauce Global Summit 2019 โดยเทคโนโลยีเอไอ (artificial intelligence-AI) และคลาวด์ คอมพิวติ้ง (cloud computing) เป็นหัวใจสำคัญของบริษัทฯ ในการสร้างโลกที่เชื่อมต่อกัน

บ๊อชให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชั่นส์ด้านเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์อย่างมาก โดยตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเอไอผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ ของบริษัทฯ โดยวางแผนเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอของบริษัทขึ้นถึงสี่เท่า จาก 1,000 คน เป็น 4,000 คน ภายในปี 2021 และภายในกลางทศวรรษหน้า ผลิตภัณฑ์บ๊อชทั้ง 100% จะต้องประกอบด้วยเทคโนโลยีเอไอทุกชิ้น หรืออย่างน้อยจะต้องมีส่วนใช้เอไอในกระบวนการพัฒนาและการผลิต

มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย เน้นย้ำความสำคัญของนวัตกรรมในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อของบ๊อชว่า “ผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่ Bosch Innovation House โดยจะได้เห็นว่าการเชื่อมต่อ (connectivity) ได้สอดแทรกเข้าไปอยู่ในทุกอณูของแต่ละภาคธุรกิจอย่างไร ซึ่งบ๊อชจะมีบทบาทในการสร้างกรอบและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและการเชื่อมต่อด้วย IoT เป็นพิเศษ”

สามแนวทางนวัตกรรมที่บ๊อชให้ความสำคัญและนำมาถ่ายทอดในงาน Techsauce Global Summit 2019 ได้แก่ การขับเคลื่อนแห่งอนาคต อุตสาหกรรม 4.0 และเกษตรกรรมอัจฉริยะ

สร้างสรรค์การขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future of Mobility)

เอไอมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์การขับเคลื่อนแห่งอนาคต โดยจะเป็นในรูปแบบที่จำเพาะบุคคล เป็นระบบอัตโนมัติ เชื่อมต่อถึงกันได้ และขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งรวมไปถึงยานยนต์ที่ใช้เอไอบนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ สามารถตรวจจับคนที่สัญจรบนทางเท้า คนขี่จักรยาน และแม้กระทั่งไฟเลี้ยวจากรถคันอื่นผ่านโปรแกรมการรู้จำวัตถุ (object recognition) นอกจากนี้ ระบบ Bosch Automotive Cloud Suite ยังพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพของการเชื่อมต่อ โดยเป็นพื้นฐานรองรับบริการทั้งหมดที่เกี่ยวกับรถยนต์ที่เชื่อมต่อกัน เทคโนโลยีคลาวด์เป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงบริการด้านการขับเคลื่อน ตัวอย่างเช่น สัญญาณเตือนเมื่อขับรถผิดทาง และบริการหาที่จอดรถในชุมชน

ส่งเสริมประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรม

บ๊อชมองเห็นแนวทางของธุรกิจในอนาคตว่าควรจะมีลักษณะที่แตกต่างกันมากขึ้น และมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการจำเพาะบุคคลได้มากขึ้น สำหรับศักยภาพด้านการผลิต จะต้องสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป โซลูชั่นส์ Bosch Industry 4.0 จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตด้วยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลไปปรับปรุงการทำงานทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการผลิต โลจิสติกส์ ไปจนถึงการบำรุงรักษา ตัวอย่างเช่น  ActiveCockpit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยจัดการและแสดงภาพข้อมูลในกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ โดย ActiveCockpit จะเชื่อมโยงแอปพลิเคชั่นของเครือข่ายไอทีเข้าด้วยกัน อาทิ การวางแผนการผลิต และระบบจัดการข้อมูลด้านคุณภาพ

นอกจากนี้ บ๊อชยังมี Manufacturing Analytics Solutions (MAS) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ MAS เป็นโซลูชั่นการวิเคราะห์ข้อมูลหลักที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับโรงงานผลิตได้ โดยจัดการกระแสข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบบิ๊กดาต้าอันทรงพลัง นับเป็นการยกระดับโรงงานระบบดิจิทัลให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

เกษตรกรรมอัจฉริยะ (Smart agriculture): ช่วยเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

กิจกรรมด้านเกษตรกรรมส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับสภาวะสิ่งแวดล้อม การตัดสินใจที่เหมาะสม และการบริหารเครือข่ายคุณค่าได้ลงตัวที่สุด ช่วยให้เกิดผลผลิตและคุณภาพที่ดีที่สุด ในเรื่องนี้ อุปกรณ์เซ็นเซอร์ การบริหารจัดการข้อมูลด้าน IoT และสมรรถนะของระบบวิเคราะห์ข้อมูลของบ๊อช ซึ่งมีซอฟต์แวร์ การบริการ และโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ที่น่าเชื่อถือเป็นตัวรองรับ ได้เข้ามาช่วยในกระบวนการตัดสินใจที่ซับซ้อน และการควบคุมระบบเกษตรกรรมดิจิทัลได้อย่างเบ็ดเสร็จ เทคโนโลยีนี้ช่วยติดตามพืชผล ปริมาณผลผลิต และช่วยป้องกันโรค รวมถึงการจัดหาแหล่งชลประทานที่เหมาะสมได้ ตัวอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศไทย ได้แก่ AquaEasy ซึ่งเป็นโซลูชั่นคลาวด์ระบบดิจิทัลครบวงจรสำหรับฟาร์มกุ้ง อุปกรณ์เซ็นเซอร์ของ AquaEasy จะช่วยเกษตรกรติดตามคุณภาพของน้ำและรวบรวมข้อมูลการดำเนินงาน จึงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ FUJI Plantect ซึ่งเป็นโซลูชั่นอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเอไอมาช่วยในการปลูกพืชในเรือนเพาะชำให้ได้ผลดีที่สุด ก็ใช้วิธีการทำงานในแบบเดียวกัน

ผู้เชี่ยวชาญของบ๊อชในงาน Techsauce Global Summit 2019

 มร. ฟรองซัวส์ แวร์วิอัล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบ๊อช ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “เปิดโลกการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Exploring the Future of Mobility)” โดยกล่าวว่า บ๊อชได้ริเริ่มโครงการด้านโซลูชั่นส์เทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนทั่วภูมิภาคอย่างจริงจัง “ประเทศไทยมีโอกาสมากมาย สามารถจะพัฒนาไปได้อีกไกล ทั้งในเมืองหลวงคือ กรุงเทพฯ และในจังหวัดที่เติบโตเร็วทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านทางเลือกการคมนาคมที่สะอาด ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยการนำโซลูชั่นส์แห่งการเชื่อมต่อมาใช้ประโยชน์ โดยบ๊อชพร้อมให้การสนับสนุนและสร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ระบบนิเวศด้านระบบขับเคลื่อนของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการปรับระบบเป็นดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ”

มร. ซานดีฟ ชาร์มา ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาธุรกิจของบ๊อช ประจำอินเดีย กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับ “ความเอนเอียงของข้อมูล (data bias)” และแนวทางการทำให้เอไอช่วยชีวิตผู้คนได้ ในขณะเดียวกันก็คุ้มครองความเป็นส่วนตัวด้วย “เอไอจะมีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ช่วยนำพาเราไปที่ต่าง ๆ โดยรถยนต์ จัดการเรื่องนัดหมาย ช่วยตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ไปจนถึงช่วยดูแลบ้านอัจฉริยะของเรา อย่างไรก็ตาม คุณประโยชน์อนันต์เหล่านี้จะต้องดูแลด้วยความรับผิดชอบ บริษัทและภาคประชาสังคมต่าง ๆ ต้องทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมที่สอดคล้อง”

บ๊อชเชื่อว่าเราสามารถรับประกันเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลได้ด้วย “การออกแบบโซลูชั่นส์ที่ปลอดภัยและคุ้มครองความเป็นส่วนตัว” เช่นเดียวกับแนวคิดการคุ้มครองความปลอดภัยในหลายระดับ หัวข้อสำคัญทั้งสองเรื่องที่ตัวแทนของบ๊อชกล่าวในงานประชุม Techsauce Global Summit 2019 ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า การปรับระบบการทำงานเป็นดิจิทัล และเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยทั้งสามส่วนหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีการขับเคลื่อน อุตสาหกรรม 4.0 และเกษตรกรรมอัจฉริยะ

Previous post ยูนิเวอร์ซัล โรบอทส์ สนับสนุนอุตสาหกรรมก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0
Next post Celeb Chef Thailand Season 1st รายการแข่งขันทำอาหารออนไลน์ครั้งแรกของไทย
Social profiles