บินสบาย ไปได้ตลอดปี! กับ 11 ประเทศทวีปยุโรป สถานที่ท่องเที่ยวเช็คอินสุดชิลล์

หนึ่งในเคล็ดลับการเติมความสุข ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า เติมพลัง ก่อนจะลุยต่อไปข้างหน้ากับภาระ หน้าที่การงานของหลายคน คือ การจัดเวลาเดินทางไปท่องเที่ยว ซึ่งหนึ่งในความใฝ่ฝันของหลายๆ คนคือ การไปสัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์ ชื่นชมความสวยงามของศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแสนอัศจรรย์ ซึ่งทั้ง 11 ประเทศในทวีปยุโรป ล้วนมีสถานที่น่าหลงใหลชวนให้บินไปเยือนสักครั้ง และทุกวันนี้การเดินทางไปแถบทวีปยุโรปนั้นแสนง่าย สะดวกสบาย มีไฟล์ทบินทุกวัน และค่าใช้จ่ายไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่หมื่นก็ได้ไปเที่ยวชม เดินช้อปฯ แบบชิลล์ๆ กันได้ แต่ก่อนจะแพ็คกระเป๋าเดินทางเราไปดูกันว่า 11 ประเทศในทวีปยุโรปมีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้าง ที่ต้องไปเยือนให้ได้!

1.ออสเตรีย (Austria) ใครที่หลงใหลดนตรีคลาสสิก ศิลปะ ความงดงามแห่งศิลปะ และสถาปัตยกรรม ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติก ต้องนึกถึง เวียนนา (Vienna) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ

2.เบลเยี่ยม (Belgium) โด่งดังในเรื่องของช็อกโกแลต แต่ประเทศนี้ยังมีมนต์เสน่ห์อีกหลายอย่างรอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส  โดยเฉพาะ “กรุงบรัสเซลส์” (Brussels) เมืองหลวง  มีไฮไลต์อย่าง ศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเเบบโกธิกตั้งแต่ยุคกลาง ตระหง่านมั่นคงมาถึงปัจจุบัน

3.เดนมาร์ก (Denmark) โอบล้อมด้วยมหาสมุทร และเต็มไปด้วยสถานที่สวยงามมากมาย ทั้งธรรมชาติและสถาปัตยกรรมสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังฤดูหนาว หรือ พระราชวังอะเมรินโบรก ที่ยิ่งใหญ่ , เรเนสซอง อายุกว่า 400 ปี ด้านนอกโอบล้อมด้วยสวนคิงส์การ์เด้น ชวนให้เดินเล่นถ่ายรูป และยังมี ถนนคนเดินสตรอยก์ (Stroget) แหล่งช้อปปิ้งที่ถูกยกให้เป็นถนนคนเดินยาวที่สุดในยุโรป

4.อังกฤษ (England) เสน่ห์ที่ทำให้ใครต่อใครหลงรักอังกฤษคือวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ มีธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งแต่ พระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham palace) พระราชวังเก่าแก่ของราชวงศ์อังกฤษ  หอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์กลางกรุงลอนดอน อายุมากกว่า 150 ปี สูงเกือบ 100 เมตร โคคา-โคลา ลอนดอน อาย (Coca-Cola London Eye) อีกหนึ่งประสบการณ์ที่จะทำให้จดจำอังกฤษไปตลอดกาล กับการขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่า 135 เมตร ตั้งโดดเด่นริมแม่น้ำเทมส์ ที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทัศนียภาพของลอนดอนในมุมสูง

5.ฝรั่งเศส (France) แลนด์มาร์กที่หลายคนรู้จักกันดี นั่นก็คือ พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) ออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงามตระการตา สำหรับคนรักงานศิลปะต้องชอบ หมู่บ้าน ชิแวร์นี่ (Giverny) มีสถานท่องเที่ยวอันโดดเด่นคือ พิพิธภัณฑ์บ้านโมเนต์ (Monet’s house) ซึ่งอดีตเป็นที่พำนักของศิลปินเอก โกลด โมเนต์ ,วิหารมงแซ็ง-มีแชล (Mont Saint-Michel) วิหารโออ่าวิจิตรงดงามมาก อายุนับพันปี ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลชายฝั่งตะวันตกของแคว้นนอร์มังดี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก

 6.เยอรมนี (Germany) ประเทศนี้ เป็นที่รู้จักและมีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  มีไฮไลต์อาทิ  เมืองมิวนิก (Munich) หนึ่งสถานที่เที่ยวดีที่สุด , โคโลญ (Cologne) เมืองเก่าแก่มีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ มหาวิหารโคโลญ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 12 คริสตจักรโรมันอันงดงามของสถาปัตยกรรมยุคกลาง และ ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle) อยู่ในเทือกเขาแอลป์ ต้นแบบของการสร้างปราสาทเทพนิยายเจ้าหญิงนิทราที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์นั่นเอง

7.อิตาลี (Italy) เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีไฮไลต์เริ่มตั้งแต่ กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ สนามกีฬาแห่งกรุงโรม  (The Colosseum  of  Rome)  เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนแห่งอาณาจักรโรมัน น้ำพุเทรวี่ (The Trevi Fountain)  นักท่องเที่ยวที่มาชมน้ำพุควรโยน 1 เหรียญลงไปในสระ ซึ่งเชื่อกันว่าหากโยนลงไปจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง ,หอเอนเมืองปิซา (Leaning Tower of Pisa) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

8.นอร์เวย์ (Norway) สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทางทั่วโลก เริ่มที่เมืองหลวง ออสโล (Oslo) เอกลักษณ์ของที่นี่คือมีสถาปัตยกรรมทั้งเก่าและใหม่สวยงามมากมาย มีทั้งพิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่ และโรงละคร , Nidaros Cathedral วิหารที่มีความเก่าแก่และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ,Reine หมู่บ้านชาวประมงบนเกาะ Lofoten มีบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ บ้านเรือนเป็นแบบดั้งเดิมมีสีสันสดใส ชวนให้หลงใหล , Latefossen น้ำตกขนาดใหญ่ในเขต Odda ของเมือง Hordaland เป็นสถานที่ห้ามพลาด เพราะน้ำตกแห่งนี้มีความสูงประมาณ 165 เมตร มีลักษณะเป็นสายน้ำ 2 สาย ไหลลงมาบรรจบกัน

9.รัสเซีย (Russia) นับตั้งแต่ “รัสเซีย” หรือสหพันธ์สาธารณรัฐรัสเซียเปิดออก นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกก็หลั่งไหลเดินทางไปเยือนปีละหลายล้านคน เพื่อสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรม และศึกษาประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ “กรุงมอสโก” เมืองหลวง ที่วันนี้ได้พลิกโฉมเป็นมหานครทันสมัย รวมไว้ด้วยสถาปัตยกรรมสุดตระการตาผสานกับวัฒนธรรมที่โดดเด่น สถานที่สำคัญน่าชม อาทิ จัตุรัสแดง (Red Square) เป็นดั่งใจกลางเมืองมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด, พระราชวังเครมลิน (Grand Kremlin Palace) ถือเป็นสถาปัตยกรรมยุคกลางดีที่สุดในยุโรป และเป็นเสมือนหัวใจของคนในกรุงมอสโก ,ศูนย์การค้ากุม (GUM) เป็นศูนย์การค้าเก่าแก่ สวยงาม หรูหรา และใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโก , สถานีรถไฟใต้ดิน มอสโก (Moscow Metro) ได้รับการโหวตว่าเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก

10.สวีเดน (Sweden) เป็นที่รู้จักในนามดินแดนดวงอาทิตย์เที่ยงคืน และดินแดนแห่งไวกิ้ง เมืองหลวงอย่าง กรุงสต็อกโฮล์ม โอบล้อมด้วยทะเลบอลติก (Baltic Sea) ทะเลสาบมาลาเร็น (Lake Malaren) ทำให้สตอกโฮล์มเป็นเมืองหลวงสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “ย่านเมืองเก่า” (Gamla Stan) ย่านเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป อีกหนึ่งแลนมาร์กที่น่าตื่นตา เหมือนหลุดมิติไปอยู่ในช่วง ศตวรรษที่ 13 , ศาลาว่าการเมืองสต็อกโฮล์ม (Stockholm City Hall) มีการตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาราวกับพระราชวัง , สถานีรถไฟใต้ดินสต็อกโฮล์ม (Stockholm Metro) ได้รับการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก 

11.สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) เรามักนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเทือกเขาจุงเฟรา, เมืองเจนีวา, ภูเขาทิตลิต ทั้งที่ประเทศนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ทะเลสาบโอชิเนน (Oeschinen Lake) ตั้งอยู่ตรงกลางหุบเขาโอชิเนน แต่ก็มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงามโดดเด่น น้ำตกไรน์ (Rhein fall) น้ำตกเก่าแก่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สูงถึง 23 เมตร กว้างกว่า 150 เมตร เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง อายุมากกว่า 14,000 ปี และสุดยอดธรรมชาติอีกแห่ง ธารน้ำแข็งอเลิท์ซ กลาเซียร์ (Aletsch Glacier) ธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในบรรดาธารน้ำแข็งของเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 4,478 เมตร มีจุดเด่นแปลกตาเรียกว่าฮอร์น (เขาสัตว์) ลักษณะสามเหลี่ยมพีระมิด และอีกแห่ง ทะเลสาบลูเซิร์น (Lucerne lake) เป็นทะเลสาบสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงแทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะบินท่องยุโรปกันแล้ว และน่ายินดีที่วันนี้ “การบินไทย” สายการบินแห่งชาติ ทำให้การบินไปทวีปยุโรปนั้นแสนง่าย สะดวกสบาย ราคาสบายกระเป๋า โดยบินตรงจากกรุงเทพฯสู่แลนดิ้ง 11 ประเทศ 13 จุดบิน ได้แก่ ออสเตรีย (Austria: Vienna), เบลเยี่ยม (Belgium : Brussels), เดนมาร์ก (Denmark : Copenhagen),อังกฤษ (England : London-Heathrow), ฝรั่งเศส (France : Paris), เยอรมนี (Germany : Frankfurt, Munich),อิตาลี (Italy : Rome, Milan), นอร์เวย์ (Norway : Oslo), รัสเซีย (Russia: Moscow), สวีเดน (Sweden : Stockholm) และสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland : Zurich) ในราคาบัตรโดยสารเที่ยวเดียว เริ่มต้นเพียง 11,660 บาท/ท่าน

สามารถจองบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2562 และเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2562 ด้วยบริการแบบ Full Serveries สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม เพียงคลิก  https://bit.ly/2lNxGFv

Comments

comments

Shares