CARRO สตาร์ทอัพ หวังขึ้นที่1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสอง แพลตฟอร์มออนไลน์ครบวงจร

CARRO หรือ คาร์โร สตาร์ทอัพด้านตลาดรถยนต์ แพลตฟอร์มออนไลน์สัญชาติสิงคโปร์ เข้ามาเขย่าวงการตลาดซื้อ ขายรถยนต์มือสองออนไลน์ในประเทศไทยกว่า 3 ปี ประกาศจัดเต็มเปิดศักราชใหม่ อัดฉีดงบเพื่อก้าวขึ้นเป็นที่ 1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศไทย ซึ่งปี 2563 นี้ คาร์โรเตรียมรุกหน้าขยายตลาดเพิ่มบริการเต็มรูปแบบครบวงจร ตอกย้ำจุดเด่น ขายรถ จบไวภายใน 24 ชม. และได้เงินชัวร์ และก้าวเป็นพาร์ทเนอร์หลักของดีลเลอร์รถยนต์ทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือในด้านสินเชื่อซื้อ – ขายรถยนต์ให้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถจบการขายรถยนต์ที่ CARRO ได้ราคาสูงและขายได้ไวกว่าเดิม ซึ่ง CARRO เป็นบริษัทที่ดำเนินงานแบบคนรุ่นใหม่ จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน และจัดว่าเป็นสตาร์ทอัพที่ทำงานอย่างเข้าใจธุรกิจรถยนต์มือสองในปัจจุบัน จึงพร้อมจะเติบโต และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในวงการธุรกิจรถยนต์ ตอบโจทย์ทั้งในส่วนธุรกิจผู้ซื้อ (Dealer)  ธุรกิจผู้ขาย (Agent) และ ลูกค้าบ้านทั่วไป (Customer) โดยทาง CARRO เล็งเห็นการผลักดันธุรกิจกับธุรกิจในแวดวงรถมือสอง และสามารถพัฒนาไปด้วยกันได้ ซึ่งจัดเป็นโมเดลทางธุรกิจที่ทำให้ CARRO มีความต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจนและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน CARRO มีสาขาทั้งในสิงคโปร์  มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ขายรถบ้านเป็นอย่างสูง และในปี 2561 ที่ผ่านมา CARRO สามารถทำธุรกรรมรถยนต์ ได้ทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท) และเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา คาร์โร ได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจาก Series B (กลุ่มผู้ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัป) ถึง 60 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินงานและขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน เพิ่มขีดความสามารถในการขยายการให้บริการธุรกิจรถมือสอง ให้ครอบคลุมทั้งใน ASEAN ด้วยการเข้าซื้อกิจการ Jualo.com ในประเทศอินโดนีเซีย รวมไปถึงใน MyTukar บริษัท Startup ด้านรถมือสองจากประเทศมาเลเซีย ด้วยเงินลงทุนมากถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 125.4 ล้านริงกิตมาเลเซีย) และได้รับประกาศจากตลาดค้าส่งยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าบริษัทได้ระดมทุนเพิ่มจาก Series B+ อีก 30 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 นี้ CARRO ได้รับเงินสนับสนุนกว่า 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

Social profiles