ทางเลือกของผู้ปกครอง เมื่อชีวิตเปิดเทอมลูกหลัง NEW NORMAL มาพร้อมค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ที่ใหญ่ขึ้น

NEW NORMAL กับรูปแบบการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไป

ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปโรงเรียนทั่วประเทศไทยที่ไม่มีผู้ติดเชื้อและไม่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นานเกิน 28 วันแล้ว สามารถเปิดภาคเรียนได้ตามปกติโดยแต่ละโรงเรียนจะมีมาตรการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกันออกไปตามขนาดและสถานการณ์ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนไม่เกิน 20-25 คนต่อห้องให้จัดการสอนได้ตามปกติ ในขณะที่โรงเรียนขนาดกลางและใหญ่ให้สลับกลุ่มหรือสลับวันเรียนตามระดับชั้นควบคู่ไปกับการเรียนการสอนรูปแบบอื่น ๆ ตามที่โรงเรียนเห็นสมควร เช่นเรียนออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มของโรงเรียน เป็นต้น

NEW NORMAL กับภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ของพ่อแม่ที่ “ใหญ่” ขึ้น

การจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่หลัง NEW NORMAL นำมาซึ่งการปรับตัวทั้งต่อตัวเด็ก ครูอาจารย์ และผู้ปกครองแม้การสลับวันเรียนตามระดับชั้นอาจฟังดูเหมือนช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองในวันที่ลูกเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านได้ แต่แท้จริงแล้ว NEW NORMAL อาจแฝงไว้ด้วยภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้าค่าอินเทอร์เน็ตไหนจะค่าใช้จ่ายสำหรับซื้ออุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19เช่น หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือ ฯลฯ เป็นต้น

นอกจากนี้ การเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งเลื่อนจากกำหนดการเดิมถึง 45 วัน ทิ้งช่องว่างทางการเรียนรู้และความกังวลไว้ในใจของเด็กไทยทั่วประเทศนอกจากโรงเรียนต้องเผชิญความท้าทายในการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุขแล้วยังต้องเร่งสอนเนื้อหาให้ทันและครบถ้วนตามหลักสูตรอีกด้วย ดังนั้นแล้วนอกจากค่าใช้จ่ายทางการศึกษาลูกที่เพิ่มขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายหลัง NEW NORMAL แล้ว ผู้ปกครองยังอาจต้องแบกรับค่าเรียนพิเศษมหาศาลเพื่อเป็นตัวช่วยทางการเรียนให้กับลูกอีกด้วย

ที่สำคัญ เด็กหนึ่งคนไม่ได้เรียนพิเศษเพียงวิชาเดียวการศึกษาเรื่องผลสัมฤทธิ์ของการกวดวิชาและการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ โดยคุณสุวิมล จีระทรงศรี เผยว่า เด็กนักเรียนกว่าครึ่งเรียนพิเศษ 3-4 วิชาเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย และอีกจำนวนไม่น้อยที่เรียนมากถึง 5-6 วิชา ซึ่งเมื่อนำผลสำรวจราคาคอร์สเรียนพิเศษของสถาบันกวดวิชาชื่อดังในประเทศไทยโดย ThaiPublica ในปี 2013 มาปรับตามอัตราเงินเฟ้อจะพบว่าค่าใช้จ่ายในการส่งลูกเรียนครบทุกวิชาพื้นฐานสูงถึงราว 7,400 บาทต่อปีสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา 8,500 บาทสำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และสูงถึง 34,500 บาทต่อปีสำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

NEW NORMAL กับทางเลือกใหม่ด้านการศึกษาที่ “คุ้มค่า” ยิ่งกว่าใคร

NEW NORMAL อาจมาพร้อมภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหม่ที่ผู้ปกครองหลีกเลี่ยงไม่ได้ทว่าสิ่งที่ผู้ปกครองเลือกได้ คือการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเรียนพิเศษโดยตัวเลือกที่น่าสนใจ คือ แอปพลิเคชันทางการศึกษาและบทเรียนออนไลน์เพราะนอกจากจะมีราคาถูกกว่าคอร์สเรียนสถาบันกวดวิชาโดยทั่วไปแล้วยังสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านสมาร์ทโฟนคู่ใจทั้งยังช่วยลดโอกาสในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะไม่จำเป็นต้องให้ลูกเดินทางไปเรียนในตัวเมืองสามารถเข้าถึงตัวช่วยทางการเรียนที่คุ้มค่าและคุณภาพดีได้โดยไม่ต้องเสี่ยง

“StartDee” แอปพลิเคชันการศึกษาในราคาย่อมเยาเพียง 2,900 บาทต่อปี ให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงบทเรียนออนไลน์โดยทีมคุณครูคุณภาพได้ทุกที่ทุกเวลา เรียนได้ครบจบทั้ง 7 วิชาหลักตามหลักสูตรกระทรวงฯ ภายใต้ราคาที่ถูกกว่าสถาบันกวดวิชาทั่วไปถึง 10 เท่าภายในแอปเดียวเปิดประสบการณ์ทางการเรียนรูปแบบใหม่ที่ทั้งเข้าใจง่ายสนุกด้วยแอนิเมชันวิดิโอ พร้อมคลังข้อสอบฝึกฝนทักษะได้ไม่อั้น

พิเศษ! สมัครเรียนตั้งแต่วันนี้ – 12 ก.ค. พบกับราคาแผนการเรียนสุดคุ้ม เริ่มต้นที่ 329 บาทสำหรับแพ็คเกจหนึ่งเดือน หรือ 2,500 บาทตลอดปีการศึกษา แถมไม่ต้องกังวลเรื่องค่าอินเทอร์เน็ต เพราะผู้เรียนทุกคนสามารถลงทะเบียนรับ ZEED SIM จาก AIS ได้ฟรี เพื่อใช้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับการเรียนStartDee ได้ฟรีตลอด 1 ปีอีกด้วย

StartDee เข้าใจคุณพ่อคุณแม่ที่อยากมอบโอกาสทางการศึกษาที่ดีที่สุดให้กับลูกจึงขอเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกทางการเรียนสุดคุ้มค่าให้ลูกสามารถเข้าถึงบทเรียนคุณภาพได้ทุกที่ ทุกเวลา
ให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องลำบากเพื่อแลกกับอนาคตที่ดีของลูก และเร็วๆ นี้ พบกันครั้งแรกกับกิจกรรม “StartDee Open House” เปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่และลูก ๆ เข้ามาปรึกษาเรื่องการเรียน พร้อมรับฟังแนวทางการเรียนยุคใหม่ที่นำเทคโนโลยีทางการศึกษามาช่วยให้ลูกของคุณเก่งแบบก้าวกระโดดนำโดยผู้ก่อตั้ง คุณไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ในวันเสาร์ที่ 11 ก.ค. 63 นี้ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/startdeethailand และ http://startdee.com

Social profiles