5 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนอสังหาริมทรัพย์

อสังหาริมทรัพย์ ถือว่าเป็นที่นิยมอันดับต้น ๆ ของนักลงทุน ถึงแม้ต้นทุนของอสังหาริมทรัพย์จะสูง แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมานั้นก็สูงไม่แพ้กัน อีกทั้งยังสามารถลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนระยะยาวดังนั้นสำหรับคนที่มีเงินก้อนและมีศักยภาพในการลงทุนจึงมักเลือกที่จะลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ใช่ว่าการลงทุนประเภทนี้จะไม่มีความเสี่ยงเลย เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะติดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุน มาดูกันว่าอสังหาริมทรัพย์แบบไหนบ้างที่คนมักจะลงทุนกัน

ที่ดิน – การลงทุนที่ดิน เหมาะสำหรับคนที่ลงทุนแบบไม่รีบรับผลตอบแทน เพราะมูลค่าของที่ดินนั้นจะสูงขึ้นก็ต่อเมื่อความเจริญเข้าไปถึง

คอนโด – นอกจากจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถซื้อมาและขายไปได้ง่ายกว่าอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ แล้ว ถ้าซื้อไว้ก่อนที่โครงการจะสร้างแล้วเสร็จ ยังได้ราคาที่ถูกกว่ามากและยังสามารถปล่อยให้เช่าได้อีกด้วย

บ้าน – ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือ ทาวน์โฮม ถือเป็นการลงทุนที่สามารถต่อยอดได้ เพราะนอกจากจะได้ที่ดินผืนนั้นแล้ว ก็ยังสามารถรีโนเวทสิ่งปลูกสร้างเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย

อาคารพาณิชย์ – เหมาะสำหรับคนที่หวังผลตอบแทนระยะยาว ต้องการปล่อยให้เช่าเพื่อทำธุรกิจ เช่น ร้านค้า หรือสำนักงาน

5 ข้อที่คุณควรพิจารณาก่อนลงทุนอสังหาริมทรัพย์

  1. สภาพคล่องทางการเงินของคุณ หากคุณมีเงินก้อนไว้ลงทุนและไม่รีบหวังผลตอบแทน นั่นอาจไม่เป็นปัญหา แต่หากคุณต้องกู้เงินมาลงทุน การวางแผนทางการเงินที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นหนี้ เพราะส่วนใหญ่แล้วการผ่อนชำระกับทางธนาคารจะมีระยะเวลานาน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีศักยภาพมากพอที่จะผ่อนชำระกับทางธนาคารได้อย่างต่อเนื่อง
  2. เป้าหมายในการลงทุน หากคุณมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้การวางแผนการลงทุนของคุณเป็นไปอย่างรอบคอบ นั่นหมายความว่าคุณต้องรู้กำหนดเวลาว่าในการลงทุนครั้งนี้คุณคาดหวังที่จะได้รับผลตอบแทนเมื่อไร เช่นการซื้อคอนโดในโครงการใหม่ เพื่อหวังเก็งกำไรในการขาย ในอีก 1 ปี ข้างหน้า, การซื้อที่ดินในที่ห่างไกลความเจริญในราคาที่ถูก แต่เล็งเห็นในอีก 10 ปีข้างหน้า จะสามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้น เป็นต้น
  3. รายจ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ เช่น การซื้อคอนโดจะมีค่าใช้จ่ายของค่าส่วนกลางเพื่อให้บริษัทบริหารนิติบุคคลอาคารชุดนำไปใช้พัฒนาจัดการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง, หากคุณซื้อที่ดินอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการปรับสภาพที่ดิน เช่น ถมดิน ถางหญ้า หรือ ทำรั้วกั้น เป็นต้น
  4. แนวโน้มของตลาด เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้ตลาดมีแนวโน้มอย่างไร เมื่อไรที่ควรลงทุน เมื่อไรที่ควรขายหรือควรเก็บไว้ การศึกษาความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจอยู่เสมอ จะช่วยให้การลงทุนของคุณได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด
  5. ประเมินความเสี่ยง เพราะแน่นอนว่าการลงทุนมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ การรู้ความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้ จะทำให้คุณสามารถเลือกรูปแบบของการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณได้มากที่สุด
Social profiles