“เซ็นทรัลพัฒนา” คว้ารางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2020

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกของไทย คว้ารางวัลในงาน ‘Thailand Corporate Excellence Awards 2020’ เป็นปีที่ 2 โดยได้รับรางวัลดีเด่นใน 2 สาขา ได้แก่ ความเป็นเลิศด้านการตลาด (Marketing Excellence) และความเป็นเลิศด้านบริหารการเงิน (Financial Management Excellence) จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผู้บริหารของ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา ได้แก่ วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง พร้อมด้วย ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด เป็นตัวแทนรับรางวัล

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ปี 2563 เป็นปีแห่งความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน สำหรับเซ็นทรัลพัฒนา เราได้ดำเนินกลยุทธ์สำคัญคือ การปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Adapt to Change) โดยไม่ได้คำนึงถึงเฉพาะธุรกิจของเราเท่านั้น แต่เรายังคิดถึงส่วนรวมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งนี้บริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลจากงาน Thailand Corporate Excellence ซึ่งเป็นเครื่องหมายสะท้อนความสำเร็จในการดำเนินงานของเราที่มุ่งมั่นสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้าและสังคม ไปพร้อมๆ กับการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนบนจุดแข็ง 2 ด้านสำคัญ ที่ทำให้เราได้รับรางวัลในครั้งนี้คือ ความเป็นเลิศด้านการตลาด ด้วยนวัตกรรมและกิจกรรมการตลาดที่สร้างสรรค์และสร้างประโยชน์ให้กับคู่ค้าและผู้ประกอบการ และความเป็นเลิศด้านบริหารการเงิน ที่คงความมีเสถียรภาพด้วยกลยุทธ์การปรับแผนการลงทุน และการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ”        

ทั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนา ได้ปรับแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่โควิด-19 ตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนใน 2 ด้านสำคัญที่ทำให้ได้รับรางวัล ดังนี้

1. กลยุทธ์การตลาด เน้นให้ความช่วยเหลือทุกภาคส่วนเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ   

  • ปรับเปลี่ยนและสร้างการบริการใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยแก่ลูกค้า ด้วย New Platform, New Format เพื่อตอบโจทย์ New Normal เช่น Food Pick-Up Counter, Delivery Service, Drive-Thru, Chat & Shop ผ่านช่องทางออนไลน์ และ One Call x One Click ซึ่งสร้างความสำเร็จได้ทันทีในระยะเวลา 2 เดือน
  • ช่วยเหลือคู่ค้า สร้างงาน สร้างรายได้ โดยได้ให้การช่วยเหลือคู่ค้าผู้ช่วย ทั้งการยกเว้นและลดค้าเช่าอย่างต่อเนื่องตามความเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือร้านค้าให้สามารถรักษากระแสเงินสด และคงการจ้างงานได้ รวมแล้วได้ช่วยเหลือคู่ค้ากว่า 15,000 ราย ซึ่งมีการจ้างงานกว่า 100,000 คน นอกจากนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและ SMEs ได้มีช่องทางระบายสินค้า ตั้งแต่ยังไม่สามารถกลับมาเปิดศูนย์การค้าได้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ฐานราก รายใหญ่ช่วยรายย่อย เช่น ตลาดผลไม้รวมใจ ที่เน้นเกษตรกรผู้ผลิตผลไม้ส่งออกที่ช่วงนี้ส่งออกไม่ได้ รวมถึงการให้พื้นที่ขายให้กับอาชีพต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในงาน Revival Market โดยรวมแล้วคิดเป็นพื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม. ตลอดระยะเวลา 6 เดือน พร้อมทั้งได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการนับ 5,000 ราย
  • กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทยอย่างแท้จริง อาทิ แคมเปญช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน ที่ผนึกกำลังพันธมิตรในเครือเซ็นทรัล ลดราคาสินค้าครั้งสำคัญ เพื่อช่วยเหลือกระตุ้นยอดขายร้านค้า รักษาการจ้างงาน และช่วยเหลือค่าครองชีพของผู้บริโภค

2. กลยุทธ์การบริหารธุรกิจและการเงิน โดยได้รักษาการดำเนินธุรกิจให้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งหาแนวทางการบริหารจัดการให้เหมาะสม ทั้งการบริการต้นทุนและการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

  • รักษาความแข็งแกร่งและเสถียรภาพด้านการเงิน ปัจจุบันสถานะทางการเงินยังแข็งแกร่งดี โดยบริษัท มีโครงสร้างเงินทุนที่มีความพร้อมและยืดหยุ่น
  • ชูวิสัยทัศน์พัฒนาธุรกิจยั่งยืน เดินหน้าแผนลงทุนระยะยาว: 20,000 ล้านบาทต่อปี (ระหว่างปี 2563 – 2567) โดยโครงการต่างๆ ยังคงเป็นไปตามที่วางแผน โดยเน้นโครงการในลักษณะ Mixed-Use Development ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา (กำหนดเปิดปี 64) เซ็นทรัลพลาซา ศรีราชา (กำหนดเปิดปี 64) เซ็นทรัลพลาซา จันทบุรี (กำหนดเปิดปี 65) และโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค บนทำเลทอง “ซุปเปอร์คอร์ ซีบีดี” ในกรุงเทพฯ โดยจะทยอยเปิดให้บริการในปี  2566 – 2567
  • สร้างความหลากหลายทางธุรกิจ Diversified Business มองหาโอกาสการลงทุนและพัฒนาธุรกิจให้หลากหลายขึ้น เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ทั้งประเภทศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม อีกทั้งยังลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อตอบรับเทรนด์ อาทิ ร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทจากประเทศมาเลเซีย โดยเปิดให้บริการ Co-working Space ภายใต้แบรนด์ “Common Ground” และลงทุนในธุรกิจแกร็บ (Grab) ประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล                                      

ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนาบริหารจัดการศูนย์การค้า 34 แห่ง (อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 โครงการ, ต่างจังหวัด 18 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ) ศูนย์อาหาร 30 แห่ง อาคารสำนักงาน 10 อาคาร โรงแรม 2 แห่ง โครงการที่พักอาศัยอีก 15 โครงการ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ESCENT, ESCENT  VILLE, ESCENT PARK VILLE, PHYLL PAHOL 34 และ BELLE GRAND RAMA 9 และโครงการแนวราบภายใต้แบรนด์ ESCENT TOWN พิษณุโลก (ทาวน์โฮม) นินญา กัลปพฤกษ์ (บ้านแฝด) โครงการนิยาม บรมราชชนนี (บ้านเดี่ยวระดับลักชูรี่) และโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ได้แก่ นีรติ เชียงราย และนีรติ บางนา

Social profiles