สลายไขมันส่วนเกิน ได้ด้วยความเย็น จริงหรือ

IMG_20160524_150922ความอ้วน โดยทั่ว ๆ ไปจะถูกมองว่าเกี่ยวกับเรื่องสวยเรื่องงาม รูปร่างไม่สวยสบายตา แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องของสุขภาพ เนื่องจากน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ แสดงความเกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยเป็นโรคกลุ่มเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองหรือหัวใจ มะเร็งบางชนิด ซึ่งโรคเหล่านี้ได้เป็นสาเหตุสำคัญในการเสียชีวิต และการเจ็บป่วยเรื้อรังของคนไทยและทั่วโลก 

เมื่อไรก็ตามที่ร่างกายมีไขมันส่วนเกินมากเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับหนึ่ง จะเข้าสู่ภาวะน้ำหนักตัวเกิน (overweight) และถ้าสูงขึ้นไปอีกก็จะเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน (obesity) ดูจากการวัดดัชนีมวลกาย BMI นำน้ำหนักตัว เป็นกิโลกรัมตั้ง หารด้วย ส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง เช่น สูง1.56 เมตร น้ำหนัก 55 กิโลกรัม  คือ 55/ 1.56 x1.56 = 22.6 จะถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ  ถ้าสูง 1.56 เมตร น้ำหนัก 80  = 32.87 ถือว่า เข้าเกณฑ์โรคอ้วน  ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ได้กับคนส่วนมากทั่วไป แต่ถ้ากรณีเป็นนักกีฬาที่มวลกล้ามเนื้อใหญ่ การคำนวณด้วยวิธีนี้อาจจะไม่แม่นยำเหมาะสม

สาเหตุหลัก ๆ ของความอ้วน คือ การออกกำลังไม่เพียงพอ วิถีชีวิตที่ทำงานอยู่กับที่และอุปนิสัยการรับประทานอาหาร ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งเสริมให้อ้วนง่าย เช่น ทางพันธุกรรม  ยีนเป็นตัวที่บอกว่า ร่างกายเราจะเก็บสะสมไขมันไว้แบบไหน  เช่น บางคนไขมันกองที่สะโพก ต้นขา และยีนยังเป็นตัวกำหนดว่าร่างกายแต่ละคนจะเผาผลาญอาหารออกมาเป็นพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน และเผาผลาญพลังงานไปใช้ขณะออกกำลังกายได้มากน้อยแค่ไหน

ครอบครัวที่อ้วน มักจะอ้วนไปด้วยกัน นอกจากยีนแล้วก็จะเกี่ยวกับอุปนิสัย การใช้ชีวิตประจำวัน และอาหารการกินของแต่ละครอบครัวการรับประทานยาบางตัว เช่น สเตียรอยด์ ยากันชัก ทำให้น้ำหนักเพิ่มได้โรคบางโรคที่พบน้อย เช่น Cushing’s syndrome  การตั้งครรภ์และอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำหนักเพิ่ม  บางคนลดไม่ลง สะสมกลายเป็นอ้วน

การเลิกบุหรี่บางคนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม แต่ผลจากการเลิกบุหรี่ รับรองว่าคุ้มค่ากับการเลิก ดีกับสุขภาพและมาใส่ใจลดน้ำหนักวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติมดีกว่า และความเครียด การอดหลับอดนอน ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้

กลุ่มโรคและปัญหาที่ตามมากับความอ้วนนอกไปจากกลุ่ม เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจและสมองแล้วคนที่น้ำหนักเกินยังเสี่ยงกับปัญหาอื่น ๆเหล่านี้ด้วย เช่น sleep apnea นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ  ภาวะมีบุตรยากในสตรี ประจำเดือนผิดปกติ ข้อเข่าเสื่อม โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี ทางเพศ องคชาติไม่แข็งตัว จิตใจ ห่อเหี่ยว ซึมเศร้า และไม่มีแรงจะทำงาน

การควบคุมน้ำหนัก ต้องเริ่มจากพื้นฐานคือใจ ที่ต้องการ อยากสวย อยากผอม อยากสุขภาพดี และความเข้าใจ ว่าเป้าหมายไม่ได้สำเร็จในวันเดียว หรือเดือนเดียว และความรู้เรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และตัวช่วยเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ปลอดภัยในการสลายไขมัน

การควบคุมน้ำหนักทำอย่างไรก็ได้ ให้จำนวนของแคลอรี่ (พลังงานจากอาหาร) ที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวัน มีความสมดุลกับพลังงานที่ใช้ในกิจวัตรแต่ละวัน  ถ้าอยากลดน้ำหนัก ก็ต้องให้พลังงานจากอาหารน้อยลง และพลังงานที่ใช้เพิ่มขึ้น  เช่น เดินให้มากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น   ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วย เช่น wearable fitness tool  มีหลายยี่ห้อ ไม่ได้โฆษณาแต่ยกตัวอย่าง เช่น nike, fitbit ให้ใส่ไว้ที่ข้อมือ แล้วอุปกรณ์นี้จะช่วยวัดกิจกรรมของเราในแต่ละวัน  ยิ่งใครทำงานออฟฟิศ จะทึ่ง ว่าวัน ๆ หนึ่ง เราเดินน้อยขนาดไหน  

B&A-Behroozan-3Set-CMYK-HiResการสลายไขมันเพื่อกำจัดส่วนเกินเช่นหน้าท้องย้อย อันประกอบด้วยไขมัน ซึ่งก้อนเนื้อไขมันจะใหญ่ (ปริมาตรมาก) แต่น้ำหนักน้อย เมื่อเรากำจัดก้อนไขมันออกไป เราจะดูรูปร่างดีขึ้น เพรียวบางลง สัดส่วนดีขึ้น จากนั้นต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายต่อเนื่องตลอดกาล  การกำจัดไขมันส่วนเกินที่ได้ผลดี ชัดเจน มีอยู่ 2 ประเภทหลัก

B&A-Welsh-2Set-8Weeks-CMYK-HiRes1) การดูดไขมัน เป็นผ่าตัด  ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ปัจจุบันมีเครื่องมือแพทย์ทันสมัยเรียกว่า Vaserทำให้บอบช้ำน้อย

2) การสลายไขมัน แบบไม่ผ่าตัด  Coolsculptingเพราะเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ดี และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาไทยและสหรัฐ  FDA cleared ในปัจจุบันมีผู้รับการรักษาแล้วทั่วโลกกว่า 1 ล้านครั้ง

Jpegหลักการทำงานของ Coolsculpting เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Cryolipolysis™ ซึ่งก็คือ การใช้ความเย็นที่เหมาะสมใน การทำให้ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง (subcutaneous fat) เกิด apoptosis (การตายอย่างเป็นธรรมชาติของเซลล์)โดยกระบวนการดังกล่าวนั้นเป็นแบบ non-invasive จึงไม่ทำให้เกิดรอยแผล ไม่ต้องผ่าตัด, ไม่ต้องใช้เข็มฉีดยา, ไม่ต้องพักฟื้น,  และไม่เจ็บ ในการรักษาแต่ละครั้งสามารถลดจำนวน เซลล์ไขมันในบริเวณที่ทำการรักษาได้ประมาณ 20-25 % โดยเซลล์ไขมันดังกล่าวจะถูกกำจัดออกทางระบบน้ำเหลืองของร่างกาย ทำให้ไม่สามารถกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีกโดยผลการรักษานั้นจะเริ่มชัดเจนใน สัปดาห์ที่  6 หลังทำการรักษา และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง

 

Jpeg♦ แพทย์จะติดเครื่องมือ โดยเลือกจาก 4 Applicator ตามบริเวณที่ต้องการสลายไขมัน เช่น ต้นขา หน้าท้อง ด้วยระบบสูญญากาศ

IMG_20160525_111602♦ ปล่อยความเย็นถึงจุดเยือกแข็งของไขมัน Freeze ไว้ 60 นาที (ถ้าเลือกทำ2 ตำแหน่ง ใช้เวลา 2 ชม. แต่ละตำแหน่งใช้เวลา 1 ชม)

♦ เมื่อครบเวลา สิ้นสุดการรักษา ไม่มีบาดแผลใด ๆ สามารถอาบน้ำ ออกกำลังกาย ทำกิจวัตรได้ตามปกติ เซลล์ไขมันเกิดการเปลี่ยนแปลงเรียกว่า Crystallization นำไปสู่กระบวนการสลายตัวของเซลล์เรียกว่า  Apoptosis และร่างกายค่อยๆ กำจัดเซลล์ที่ตายเหล่านั้นออก  จะเริ่มเห็นผลว่าไขมันใต้ผิวหนังบางตัวลงในสัปดาห์ที่ 6 และชัดเจนที่สุดในสัปดาห์ที่ 8   จากรายงานการทดลอง จะบางตัวลงโดยเฉลี่ยที่ 25%  เพื่อผลที่พึงพอใจยิ่งขึ้น สามารถทำการรักษาซ้ำที่บริเวณเดิมได้ หรือบริเวณข้างเคียง

 

Social profiles