JSP โชว์ยอดขาย 5 เดือนทะลุ 300 ลบ. หลังเปิดเกมการตลาดเจาะผู้สูงวัย ครึ่งปีหลังเล็งเปิดโมเดลธุรกิจเพื่อผู้ป่วยไตครบวงจรเพิ่มพร้อมปรับเป้ารายได้แตะ 800 ลบ.

Read Time:4 Minute, 30 Second

เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ ให้เช่าอุปกรณ์เปิดคลินิกฟอกไตสำหรับหมอจบใหม่ หนุนชุมชนเข้าถึงคลินิกฟอกไตได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางและการดูแลผู้ป่วยฟอกไต ล่าสุดกางแผนเตรียมส่ง เกรซ วอเทอร์ เมด เข้าระดมทุนในตลาดหุ้น เผยธุรกิจผู้สูงอายุมาแรง! JSP โกยรายได้ 5 เดือน ทะลุ 300 ล้านบาท ปรับเป้าหมายทั้งปีเป็น 800 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จปรับกลยุทธ์งานขายเจาะกลุ่มสูงวัย กระแสตอบรับ “แม่อี๊ด ดวงใจ” ล้นหลาน ครึ่งปีหลังเล็งขยายแผนการตลาดผ่านธุรกิจเตรียมเปิดตัวอาหารเสริมแบรนด์ใหม่ เพื่อผู้ป่วยฟอกไต หวังช่วยกระตุ้นภาวะจิตใจผู้ป่วยให้ฟื้นฟูผ่านอาหารเสริมรสชาติถูกปากคนไทย 

นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (JSP) เปิดเผยว่า JSP ได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างความยั่งยืนในสังคมผ่านการเจาะกลุ่มแพทย์ที่มีความสนใจและมีศักยภาพในการเป็นศูนย์ฟอกไต ด้วยการทำธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์เกี่ยวกับศูนย์ฟอกไต น้ำยาฟอกไต และเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินธุรกิจรูปแบบนี้จะทำให้ JSP สามารถเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของ JSP ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประเทศไทยมีคลินิกฟอกไตมากขึ้น สามารถอยู่ใกล้ชิดชุมชน ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้ป่วยประโยชน์กับผู้ป่วยในการเดินทางมาฟอกไต ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าประชากรไทยประมาณ 1.06 ล้านคน ในจำนวนนี้ 220,000 คน อยู่ในระยะสุดท้าย ต้องการฟอกไตหรือล้างไตทางช่องท้อง แนวโน้มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบ ต่อภาพรวมเศรษฐกิจ กำลังแรงงานลดลง เนื่องจากต้องมีผู้ดูแล แต่ถ้าหากกลยุทธ์ของ JSP ช่วยให้ชุมชนมีคลินิกฟอกไตได้อย่างทั่งถึง ก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมาก

สำหรับ บ. เกรซ วอเทอร์ เมด ตั้งเป้ารายได้จากการผลิตนำยาฟอกไตและเครื่องมือแพทย์ปี 2567 จำนวน  150 ล้านบาท ปัจจุบันมีศูนย์ไต 120 แห่ง มีเพิ่มขึ้นจาก ปี2566 ที่มี100 ศูนย์ คิดเป็น 10 % ของศูนย์ฟอกไตทั่วประเทศไทยที่มีอยู่ ราว 1,200 แห่ง โดยบริษัทตั้งเป้าจะขายศูนย์ฟอกไตเพิ่มขึ้น10% จากยอดเดิมในทุกๆ ปี และบริษัทยังมีแผนมีเป้าหมายนำ บ. เกรซ วอเทอร์ เมด เข้าจะจดทะเบียนในตลาด LiVEx ในเร็วๆนี้

ในปี 2567 JSP ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ โดยได้มุ่งไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมายผู้สูงวัยเป็นหลัก รองลงมาคือ กลุ่มวัยทำงาน ซึ่งในปี 2567 บริษัทได้เพิ่มงบการตลาดเป็น 50 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน โดยในครึ่งปีแรกได้ใช้งบการตลาดไปแล้ว 10 ล้านบาท งบประมาณหลักๆที่ใช้ไปมาจากการแต่งตั้ง “แม่อี๊ด ดวงใจ หทัยกาญจน์” เป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าผู้สูงวัยเกินคาด ส่งผลให้ 5 เดือนแรก บริษัทมียอดขายประมาณ 300ล้านบาท และจากแนวโน้มที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องส่งผลให้บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายของปีนี้จาก 700 ล้านบาท เป็น 800 ล้านบาท

“ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 13 ล้านคน คิดเป็น 19% ของประชากรทั้งหมด ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) alreadyและคาดการณ์ภายในปี 2573 จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากร กลายเป็น “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด”(Super-Aged Society)  และยังพบแนวโน้มคนไทยอายุยืนมากขึ้น  JSP ที่มีจุดแข็งคือเป็นโรงงานผลิตยาและอาหารเสริม ที่มีสินค้าจากสารสกัดธรรมชาติและสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจึงเข้ามาจับตลาดกลุ่มนี้อย่างเต็มรูปแบบ” นายพิษณุ กล่าว

อย่างไรก็ดี JSP จะไม่เน้นการตลาดแบบขายสินค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะขยายไปสู่ภาคบริการด้วยการยกระดับบริการของธุรกิจในเครือที่มีอยู่ให้กลายเป็นตัวทำรายได้ที่สำคัญของบริษัทควบคู่กันไป เริ่มจากปีนี้จะเน้นการนำสินค้าเข้าไปขายผ่านบริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (GWM) บริษัทลูกของ JSP ดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตน้ำยาล้างไต (A-B Solution) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำยาสำหรับผู้ป่วยฟอกไต เครื่องฟอกไตเทียม เข็มต่อสายฟอกเลือด และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเลือด นอกจากนี้ GWM ยังถือหุ้นในบริษัท วารี เมดิคอล จำกัด ดำเนินธุรกิจการติดตั้งระบบน้ำ และจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องกรองน้ำและติดตั้งระบบน้ำบริสุทธิ์ให้ศูนย์ฟอกไตของ GWM และลูกค้าทั่วไป โดย JSP จะใช้กลยุทธ์การผลิตอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ เพื่อไปวางจำหน่าย ในศูนย์ฟอกไต ที่ปัจจุบันGWMมีเครือข่ายปัจจุบันมากกว่า100ศูนย์

ทั้งนี้การผลิตอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคไตนั้นถือว่าเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนในสังคม เนื่องจากปัจจุบันผู้ป่วยโรคไตมีความยากลำบากในการเลือกบริโภคอาหาร และการบริโภคอาหารได้ไม่กี่ประเภทจะทำให้เกิดความจำเจ ซึ่งงานวิจัยจากต่างประเทศนั้นพบว่าการบริโภคอาหารมีผลต่อจิตใจของผู้ป่วย แต่ JSP มีแผนที่จะผลิตอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตที่มีรสชาติถูกปากคนไทยซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

Previous post NT ร่วมเป็นวิทยากรในงาน Towards Integrated Digital Platforms for Trade Digitalization พร้อมประกาศความเป็นผู้นำในการเป็น National Single Window หลักของประเทศ
Next post ‘ลอนจี’ เปิดตัว 2 โมดูลใหม่ สร้างปรากฏการณ์นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมประกาศความร่วมมือเปิดตัวพาร์ทเนอร์สำคัญครั้งแรก หนุนไทยสู่ความยั่งยืนด้านพลังงาน
Social profiles