ททท. จัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Showcase 2017

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน Amazing Thailand Health and Wellness Showcase  2017 (อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส โชว์เคส 2017) โชว์ศักยภาพประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางบริการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลก  ภายใต้ธีม Thailand a  Paradise for  Longevity (ไทยแลนด์ อะ พาราไดซ์ ฟอร์ ลองจีวิตี้ ) 44 ผู้ประกอบการโรงพยาบาลและคลีนิคไทยชั้นนำของไทยร่วมโชว์นวัตกรรมทางการเเพทย์แห่งศตวรรษ  Functional & Regenerative Medicine หรือ สมุทัยเวชศาสตร์การแพทย์ ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางบริการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพระดับโลก

นายนพดล ภาคพรต  รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย ด้วยจำนวนโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI  ระดับโลก จำนวน 58 โรงพยาบาล มากที่สุดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้  และนอกจากบริการทางการแพทย์ทั่วไปที่เราให้บริการแล้ว ประเทศไทยยังเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียที่มีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้าน Functional &Regenerative Medicine หรือ สมุทัยเวชศาสตร์การแพทย์ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการเเพทย์แห่งศตวรรษ เน้นการรักษาสุขภาพเชิงป้องกันแบบบูรณาการ  (Preventive & Holistic approach) (พรีเวนทีฟ แอนด์ โฮลิสติก แอพโพส) เป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี (Longevity)  (ลองจีวิตี้)  ซึ่งเป็นเทรนด์การรักษาสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก   โดยโรงพยาบาลที่ให้บริการในด้านนี้ได้แก่  โรงพยาบาล BBH (Better Being Hospital) และโรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ   นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางของการบริการสุขภาพเวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-Aging แห่งภูมิภาคนี้ เรามีแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน American Academy of Anti-Aging Medicine Certified  จำนวน 500 คน ซึ่งมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย   

ล่าสุดรัฐบาลได้เพิ่มมาตรการส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  โดยการขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทยเพิ่มมากขึ้นรวม 90 วัน สำหรับกลุ่มประเทศ CLMV และสาธารณรัฐประชาชนจีน  เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางมารับการรักษาพยาบาลในไทย นอกจากนี้ยังขยายระยะเวลาพำนักระยะยาว (Long Stay Visa) เป็นเวลา 10 ปี ให้แก่ชาวต่างชาติจาก 14 ประเทศได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา  และสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งสองมาตรการจะช่วยส่งเสริมให้การเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับโลกของประเทศไทยให้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศมากยิ่งขึ้น

 

 

 

Social profiles