“สื่อโฆษณาในห้าง” โตต่อเนื่อง เทรนด์ที่คนยุคดิจิทัลต้องรู้

ในยุค Digital Disruption คอนเทนต์ต้องดึงความสนใจผู้บริโภคให้ได้ภายใน 8 วินาทีแรกเพราะผู้บริโภคยุคใหม่มีลักษณะเป็น NOWISM คือต้องการความรวดเร็วฉับไว แบรนด์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับ “Attention Span” ของผู้บริโภคที่มีความสนใจสั้นลง อีกทั้งสมาร์ทโฟนได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเต็มรูปแบบ ผู้บริโภคจึงเข้าถึงสื่อโฆษณาได้เยอะและหลากหลายมากขึ้นทั้งยังสามารถเห็นโฆษณาได้ตลอดเวลาผ่านสื่อออนไลน์ส่งผลให้ Customer Journey ของผู้บริโภคซับซ้อน เกิดพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าที่ผสมผสานอยู่ในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์การวางแผนสื่อโฆษณา (Media Plan) ให้สอดคล้องไปกับยุคดิจิทัลนี้ด้วย คุณปภพ ฤชุตระกูล Head of Strategy and Planning (Digital & Traditional) มายด์แชร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาว่าด้วยความที่สื่อแต่ละประเภทมีจุดเด่นแตกต่างกัน เช่น สื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ สร้างการรับรู้ในวงกว้างทั่วประเทศ สื่อออนไลน์ทำ Targeted ได้แบบ Personalization เมื่อมาภายในห้างฯก็จะเจอสื่อ In-Store ซ่ึงเป็น Touch Point หนึ่งที่ช่วย Remind Brand เกิดการรับรู้และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้การตลาดในยุค IoT แบรนด์ไม่ใช่แค่สร้างผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวแต่ต้องลงลึกไปถึงระดับการสร้างประสบการณ์ทางดิจิทัลให้เป็นเฉพาะบุคคล (Personalized Digital Experience) พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์วางแผนส่ือแบบเฉพาะเจาะจงมากข้ึนโดยยังให้ความสำคัญกับสื่อ In-Store ซึ่งเป็นช่องทางที่สําคัญของ Advertising Mix ในแต่ละแคมเปญ

สื่อ In-Store สามารถสร้าง Shopper Engagement ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ผลสำรวจพบว่ามีลูกค้ามาเดินใช้บริการภายในร้านค้าจำนวน 32 ล้านคนต่อเดือน จากการศึกษาพฤติกรรมซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจจากสิงคโปร์พบว่ามีลูกค้ามากถึง 73% ที่ไม่ได้วางแผนการซื้อสินค้าล่วงหน้า ด้วยเหตุผลนี้สื่อ In-Store จึงสามารถสร้างโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงข้อความประชาสัมพันธ์ที่อยู่บนชั้นวางสินค้าได้มากขึ้นหรือแม้แต่สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าที่วางแผนการซื้อสินค้ามาแล้วล่วงหน้าเปลี่ยนใจได้เมื่อเจอกับสื่อโฆษณาเพราะสื่อ In-Store มีจุดเด่นของการเป็นสื่อสุดท้ายที่ลูกค้าจะเห็นก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้นโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจในแบรนด์สินค้ายิ่งสูงตาม

สื่อ In-Store วัดผลได้ นอกจากจะมีการนำข้อมูล Big data ของ Shoppers ในห้างฯ มาใช้เพื่อทำการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของสื่อโฆษณาในช่วง Ads campaign แล้ว สื่อโฆษณา In-Store ก็ยังได้ถูกพัฒนารูปแบบให้เป็นดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ระบบ Interactive ทัชสกรีนที่หน้าจอของป้ายโฆษณาที่สามารถให้ทั้งข้อมูลของตราสินค้า ปรับเปลี่ยนภาษาได้หลากหลาย และโต้ตอบกับลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้ทันทีโดยข้อมูลที่ถูกรวมรวบไว้จะถูกนำมาประมวลผลเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการวางแผนให้กับตราสินค้าใน Ads campaign ต่อไป

ขยายเครือข่ายเพิ่มอีก 870 สาขา คุณเดิร์ก ยัน เหร์มัน อาร์ทส ประธานกรรมการบริหารบริษัท โอเอ็มจี โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือได้แก่ บริษัท แอคมีเดีย (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท เดโม เพาเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำการให้บริการโซลูชั่นด้านสื่อโฆษณาและกิจกรรมทางการตลาดในร้านค้าปลีกสมัยใหม่เปิดเผยว่า “แอคมีเดียเป็นบริษัทรับทำสื่อโฆษณาให้ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ บริษัทมีการเติบโตมากขึ้นโดยเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับซีเจและมินิบิ๊กซี สร้างเครือข่ายสื่อโฆษณาในห้างใหญ่สุดในประเทศไทยโดยมีเครือข่าย 1,400+ แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย บิ๊กซี 900+ สาขา ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 165+ สาขา ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต 300+ สาขา วิลล่า มาร์เก็ต 30+ สาขา และห้างโมเดิร์นเทรดท้องถิ่น 50+ สาขา ด้วยประสบการณ์กว่า 26 ปีของแอคมีเดียที่โดดเด่นเรื่องการสร้างสรรค์สื่อโฆษณาในรูปแบบ Sensory Marketing เชื่อมโยงประสบการณ์ในเชิงอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดขึ้นกับลูกค้าผ่านโสตประสาทสัมผัส คือ รูป กลิ่น เสียง สัมผัส ทำให้สื่อโฆษณาของแอคมีเดียได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน กระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจในสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและตัดสินใจซื้อ ณ จุดขายได้ ในปีหน้าแอคมีเดียมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นและวางแผนนำเทคโนโลยีแบบใหม่เข้ามาใช้เพื่อทำให้สินค้าของแบรนด์ประสบความสำเร็จจากการใช้สื่อโฆษณา ณ จุดขายได้มากยิ่งขึ้น” คุณเดิร์ก ยัน กล่าวทิ้งท้าย

Previous post พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแคมเปญ “ฮัทฟิน 8 ชั้น สวรรค์ 8 ชีส” พร้อมโปรโมชั่นคุ้ม 3 ต่อ
Next post เอสซีจี ทุ่มงบร่วมมือองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมไทย-จีน หวังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออนาคต
Social profiles