พช. จับมือ Shopee สานต่อความสำเร็จ OTOP Next Normal 2020 ช้อปได้ 24 ชม. ทุกวัน

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของโครงการ “OTOP Midyear 2020 Online” กิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ออนไลน์ผลิตภัณฑ์ OTOP ในช่วงวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กรมการพัฒนาชุมชนร่วมมือกับ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดัง Shopee นำสินค้า OTOP ที่คัดสรรจากผู้ประกอบการทั่วประเทศกว่า 500 ร้านค้าให้ได้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ บนแพลตฟอร์มและเวปไซต์ www.shopee.com/otop ทำให้กรมการพัฒนาชุมชนมองเห็นช่องทางการสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP ทั่วประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนช่องทางการตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดโครงการ “OTOP Next Normal 2020” ขึ้น ในวันที่ 11 กันยายน – 9 ธันวาคม 2563 นี้

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังคงปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่องทั่วโลก ตนหวังว่าการจัดโครงการ “OTOP Next Normal 2020” นี้ นอกจากจะช่วยพลิกวิกฤตทางเศรษฐกิจเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP ทั่วประเทศแล้วนั้น ยังจะสามารถแสดงศักยภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ OTOP ไทย ให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกได้ด้วย จากการรวมพลังกันซื้อและใช้สินค้าฝีมือคนไทย ซึ่งจะช่วยการันตีมาตรฐาน OTOP ไทย ให้โลกได้รับรู้ ซึ่งเมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลงแล้ว ก็จะนำไปสู่การเปิดตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP ให้กว้างไกลยิ่งกว่าเดิม

การขับเคลื่อน OTOP ที่ผ่านมา มีการส่งเสริมอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ด้านการส่งเสริมและยกระดับกระบวนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ด้านคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ด้านการตลาด ด้านการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว และด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินการส่งเสริมการตลาดในทุกช่องทาง รวมถึงตลาดออนไลน์ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ซึ่งจะนำไปสู่เศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และมั่นคงต่อไป


“สำหรับ โครงการ “OTOP Next Normal 2020” ถือเป็นโครงการที่จัดต่อเนื่องมาจาก โครงการ OTOP Midyear 2020 ที่กรมการพัฒนาชุมชนร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดัง Shopee ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชาวไทยในช่วงวิกฤตไวรัส COVID-19 มีผู้ประกอบการหลายท่าน ที่วางขายผลิตภัณฑ์ OTOP ในโครงการนี้เท่านั้นในช่วงเวลาดังกล่าว และสามารถสร้างรายได้ได้อย่างน่าพอใจ อาทิ ผู้ผลิต Doi Mork Coffee จังหวัดเชียงราย ที่ช่วงโควิดไม่มีนักท่องเที่ยว ทำให้หน้าร้านที่จังหวัดเชียงรายต้องหยุดขาย แต่การที่กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนให้มีการขายออนไลน์กับ Shopee ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และสามารถมีรายได้กระจายไปยังสมาชิกในชุมชนได้ หรือ C-Craft Lanna ผ้าม่านผ้าฝ้ายสไตล์ล้านนา จังหวัดลำพูน ซึ่งปกติแล้วไม่ได้ออกร้านขายตามงานต่างๆ แต่ได้เข้าร่วมแคมเปญของกรมการพัฒนาชุมชนกับ SHOPEE ซึ่งทำให้สามารถขยายกลุ่มลูกค้า และมีโอกาสพบกับลูกค้ามากขึ้น

หากคนไทยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ OTOP ฝีมือคนไทยด้วยกัน นอกจากจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นต่างๆแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยยืนยันคุณภาพและมาตรฐานผลงานของคนไทย ให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกด้วย ซึ่งหากวันหนึ่งที่วิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 คลี่คลายและจบลง สินค้า OTOP ฝีมือคนไทยเหล่านี้ ก็จะสามารถเปิดตลาดนานาชาติได้มากกว่าที่เคยทำได้ เพราะคนไทยช่วยกันยืนยันมาตรฐานคุณภาพ และการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee ก็เอื้อต่อการค้าขายกับทั่วโลกด้วย” อธิบดี พช. กล่าว

ด้านนางสาวอากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในฐานะแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการรายแรกที่ได้ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องในการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ “OTOP Next Normal 2020” โดยความร่วมมือในครั้งนี้สอดคล้องกับพันธสัญญาของเราในการเดินหน้าส่งเสริมการฟื้นตัวของร้านค้าและผู้ขาย เพื่อช่วยให้ร้านค้าและผู้ขายสามารถเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มช้อปปี้ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่และสร้างธุรกิจให้แข็งแรงและเติบโตได้ในระยะยาวกับเรา”

ทั้งนี้ โครงการ “OTOP Next Normal 2020” จะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน – 9 ธันวาคม 2563 โดยผู้สนใจสามารถติดตามและสั่งซื้อได้ที่ https://shopee.co.th/otop ได้ตลอดทุกวัน 24 ชม. และระหว่างนี้กรมการพัฒนาชุมชนก็จะประสานผู้ประกอบการ OTOP ในการเปิดร้านกับ Shopee เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้มีโอกาสพบปะกันบนช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้นด้วย

Social profiles