จองด่วน 45,000 สิทธิ์!! บางกอกแอร์เวย์ส ผนึก ททท. จัดโปรฯคุ้ม “ลดทั่วฟ้า บินทั่วไทย” มอบส่วนลดตั๋วเครื่องบิน 300 บาทต่อบุ๊คกิ้ง เปิดจองวันนี้ – 10 ต.ค. 65 

​บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดแคมเปญ “ลดทั่วฟ้า บินทั่วไทย” มอบส่วนลดบัตรโดยสาร 300 บาทต่อบุ๊คกิ้ง ทุกเส้นทางบินภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงไฮซีซั่น ผู้โดยสารที่สนใจสามารถรับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษจากแคมเปญดังกล่าวตามขั้นตอนง่าย ๆ เพียงกรอกรหัสส่วนลด  “AMZTH300”  ในช่อง “รหัสโปรโมชั่น” (Promotion code) บนเว็บไซต์ www.bangkokair.com/amzth300 ระบบจะแสดงราคาหลังหักส่วนลดพิเศษเมื่อเลือกเที่ยวบินเเล้ว จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป จนถึงขั้นตอนการชำระเงินเพื่อให้กระบวนการจองเสร็จสมบูรณ์ (ราคาหลังรับส่วนลดจะไม่รวมภาษีสนามบิน และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ) ส่วนลดพิเศษดังกล่าวสามารถใช้ได้กับบัตรโดยสารราคาพิเศษและทุกระดับราคาในเส้นทางบินภายในประเทศยอดนิยมของบางกอกแอร์เวย์ส อาทิ สมุย เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ เป็นต้น   ​พิเศษขึ้นไปอีก ด้วยโปรโมชั่นบัตรโดยสารราคาสุดคุ้มบินตรงสู่เมืองรอง กรุงเทพฯ – ตราด เริ่มต้นเพียงเที่ยวละ 690 บาท* กรุงเทพฯ – สุโขทัย เริ่มต้นเพียงเที่ยวละ 900 บาท* และกรุงเทพฯ – ลำปาง เริ่มต้นเพียงเที่ยวละ 1,200 บาท* (*ราคาดังกล่าวเป็นราคาหลังรับส่วนลดจากโครงการฯไม่รวมภาษีสนามบิน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ และมีจำนวนจำกัดในแต่ละเที่ยวบิน) โดยแคมเปญดังกล่าวเปิดให้จองตั้งแต่วันนี้ – 10 ตุลาคม 2565 เท่านั้น และบัตรโดยสารสามารถใช้เดินทางได้ตั้งแต่  1 พฤศจิกายน – 30 ธันวาคม 2565 (ไม่เว้นช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์)

เคทีซีร่วมจุดประกายท่องเที่ยวกรุงเทพฯ จัดทริปต่อเนื่อง “เริงพระนครตะลอนสยามอารยะ” 

เมื่อเร็วๆ นี้ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยชมรม “KTC PR Press Club” จัดทริปพิเศษ “The Secret of พระนคร” ตอน เริงพระนครตะลอนสยามอารยะ นำกลุ่มสื่อมวลชนจุดประกายการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ และส่งเสริมประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยครั้งนี้นำเสนอการย้อนอดีตตามรอยความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง และการพัฒนาสยามสู่ความเป็นอารยประเทศในช่วงรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 โดยเริ่มต้นเรื่องลับที่ หอวชิราวุธานุสรณ์ ร้านเซ่งชง โรงแรม “เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก บ้านพิบูลธรรม และปิดท้ายที่สถานีรถไฟกรุงเทพ โดยมีนางสาวดวงกมล อินทรพราหมณ์ ผู้อำนวยการ - บริหารเงินและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน “เคทีซี” ร่วมเดินทางพร้อมคณะสื่อมวลชน และมีอาจารย์ธานัท ภุมรัช เลขานุการศูนย์ประวัติศาสตร์ข้อมูลชุมชนธนบุรี และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เป็นวิทยากร

ททท. รณรงค์ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบสู่การท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รณรงค์สร้างพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวแนวใหม่ ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Responsible Tourism) โดย 1672 TAT Contact Center เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติในประเทศไทยให้สวยงามและยั่งยืน เช่น การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การให้ความรู้ Low Carbon Tourism กิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นทางเลือกในการช่วยลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยลง โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่มีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน และยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายและความสุขที่ได้รับจากการเดินทางท่องเที่ยว การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ นับว่าเป็นหนึ่งในแนวคิดการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) ที่มุ่งเน้นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ไม่ทำกิจกรรมหรือพฤติกรรมใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยมีการจัดการที่ยั่งยืน ครอบคลุมไปถึงการอนุรักษ์ทรัพยากร...

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ “PHIST 2022” เตรียมรวมพลคนวงการธุรกิจท่องเที่ยวทั่วเอเชียกว่า 1,000 คน ร่วมสัมมนาบนเกาะภูเก็ต 26 กันยายน 2565 นี้! 

ภูเก็ต ประเทศไทย – กลับมาจัดงานแบบ On Site อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ“PHIST” (ฟิสท์) งานประชุมด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ประจำปี 2565 เตรียมรวมพลเหล่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 1,000 คนร่วมถกประเด็นความยั่งยืน และแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในปัจจุบัน ในวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2565 นี้ เวลา 9.00 น. – 18.00 น. ณอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ​เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย! ในปีนี้ PHIST 5 จะกลับมาอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะอัดแน่นด้วยกิจกรรมและการอภิปรายที่ครอบคลุมหัวข้อที่สำคัญมากมายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการที่แสดงวิธีแก้ปัญหาและวิธีปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนของนักพัฒนาโรงแรม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมและรีสอร์ต ได้พบปะกับผู้ค้าผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศน์กว่า 30 ราย ยังมีการเสวนาที่จะสร้างแรงบันดาลใจ และโอกาสในการเข้าร่วมเวทีอภิปรายในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกมากมาย  ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรทั้งในและต่างประเทศจะมารวมตัวกันเพื่อเน้นประเด็นที่สำคัญที่สุดที่อุตสาหกรรมและชุมชนท้องถิ่นกำลังเผชิญอยู่ ภายใต้วาระ “ความยั่งยืน” ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การฟื้นฟูมหาสมุทร การจัดการการท่องเที่ยว การดำเนินงานของโรงแรมอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวชุมชน และแนวโน้มระดับโลกเกี่ยวกับความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการประชุมเชิงปฏิบัติการที่จะจัดขึ้นในหัวข้อต่าง ๆ เช่น "การเงินสีเขียวสำหรับโรงแรม" (Green Finance for Hotels) "โรงแรมที่ไม่มีขยะ" (Zero Waste Hotels) และ "วัสดุเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน" (Materials for Sustainable Tourism)  เอริก ริควอท (Eric Ricaurte) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กรีนวิว (Greenview) กล่าวว่า “การเดินทางและการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งโรงแรมต่าง ๆ...

รมว.กก. เปิดงาน HELLO HATYAI 2022 เดินหน้าสานความสัมพันธ์ไทย – มาเลเซีย ผลักดัน อ.หาดใหญ่ เป็นจุดหมายปลายทางด้านท่องเที่ยวของตลาดมาเลเซีย 

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน HELLO HATYAI ณ ลานน้องสุขใจ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมด้วย MR.MUKAMMAD RIDZUAN ABUYAZIN กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลานางสุริยพรรณ ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พลตำรวจโท สาคร ทองมุณี นาย อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. นาย ธนวัตน์ พูนศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นาย สมพล ชีววัฒนาพงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา, นาง รุ่งรัตน์ ชัยจิระธิกุล นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และ ดร. สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานในพิธี กล่าวว่า งาน HELLO HATYAI จัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันก่อตั้งประเทศมาเลเซียประจำปี 2565 แก่มหามิตรชาวมาเลเซีย เพื่อนบ้านอันเป็นที่รักยิ่งของเรา พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ส่งเสริมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวอำเภอหาดใหญ่ สู่การฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของอำเภอหาดใหญ่โดยรวมให้กลับมาคึกคักเช่นดังเดิม รวมถึงสะท้อนความพร้อมของพื้นที่และชาวจังหวัดสงขลาที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว พี่น้องชาวมาเลเซียทุกเมื่อ  ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการแสดง แสง สี เสียงอาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรม, MINI CONCERT จากศิลปินชั้นนำของไทย ตลอดทั้ง 3 วัน, ถนนคนเดิน โดยเชิญผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 100 ร้านค้า มาร่วมเปิดบูธขายอาหารตลอด 2 ข้างทาง, CAR BOOT SALE เปิดท้ายขายของกว่า100 ร้านค้า พร้อมทั้ง PROMOTION พิเศษ ทั้งในส่วน โรงแรม ร้านอาหารและ ห้างสรรพสินค้า สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทุกสารทิศจำนวนกว่า 36,000 คน และสร้างรายได้การท่องเที่ยวเข้าสู่อำเภอหาดใหญ่กว่า 153,000,000 บาท ในโอกาสนี้ผม ในฐานะชาวอำเภอหาดใหญ่ ขอขอบคุณสถานกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา และ ขอขอบคุณพี่น้องชาวมาเลเซียทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนอำเภอหาดใหญ่ มาโดยตลอด พลตำรวจโท สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่าในวันที่ 16 กันยายนของทุกปี ตรงกับ “วันก่อตั้งประเทศมาเลเซีย” ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะทำการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ และ อ.หาดใหญ่เป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายหลักด้านการท่องเที่ยวของชาวมาเลเซียมาโดยตลอด เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองกับประชาชนชาวมาเลเซีย ทาง เทศบาลนครหาดใหญ่ ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย หอการค้าจังหวัดสงขลา สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดสงขลา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดสงชลา และสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ – สงขลา จัดงาน HELLO HATYAI 2022 ขึ้นระหว่าง วันที่ 16-18 กันยายน 2565 ณ บริเวณ ถนนธรรมนูญวิธี, ถนนนิพัทธ์อุทิศ 2 และ 3  อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและ เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง อ.หาดใหญ่ และ ประเทศมาเลเซียโดยทางเทศบาลนครหาดใหญ่คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจะเดินทางสู่อ.หาดใหญ่ในตลอดช่วงการจัดงานกว่า 36,000 คน ในนามของคณะผู้จัดงาน หวังว่า งาน HELLO HATYAI จะเป็นส่วนหนึ่งในสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง อ.หาดใหญ่ และ ประเทศมาเลเซีย และเป็นส่วนการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของ อ.หาดใหญ่ MR.MUKAMMAD RIDZUAN ABUYAZIN กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า  ขอแสดงความยินดีกับชาวมาเลเซียที่รักทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศและทุกคนในหาดใหญ่ ประเทศไทยและประเทศมาเลเซียมีความสัมพันธ์ทางการฑูตกันมายาวนานกว่า 65 ปี และ มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นต่อไปอย่างเข้มแข็ง ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียกว่า 1.2 ล้านคน เดินทางมาประเทศไทย และประเทศมาเลเซียได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 600,000 คน และในนามของกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อทุกท่านที่ร่วมเฉลิมฉลองวันมาเลเซียกับชาวมาเลเซียที่รักทุกท่าน ณ อำเภอหาดใหญ่แห่งนี้ และ ขอขอบคุณ รัฐบาลไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.ต.อ. พล.ท.สาคร ทองมุนี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ดำเนินการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่ง HELLO HATYAI ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ของทั้งสองประเทศและเสริมสร้างความสัมพันธ์ของประเทศมาเลเซียและประเทศไทยตลอดไป

พิพัฒน์ รัชกิจประการ เดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวของสงขลาเต็มกำลัง ผ่านมหกรรมกีฬา SONGKLA BEACH FESTIVAL 2022

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผนึกกำลังกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสงขลา สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย และ หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสงขลา ในการจัดมหกรรมกีฬา SONGKLA BEACH FESTIVAL 2022 ระหว่างวันที่ 21-25 กันยายน2565 ณ หาดสมิหลา จังหวัดสงขลา พร้อมกิจกรรม BEACH ACTIVITY สนุกๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยคาดการณ์นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน และ สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนในจังหวัดสงขลากว่า 54,880,000.00 บาท นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อกระตุ้นการเดินทางข้ามภูมิภาคของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศซึ่งนำมาสู่การสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในระดับภูมิภาคและประเทศ พร้อมมอบหมาย การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดมหกรรมกีฬา SONGKLA BEACH FESTIVAL 2022 นี้ขึ้น ณ จังหวัดสงขลา โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของการจัดมหกรรมครั้งนี้คือ กลุ่ม SPORTS & FESTIVAL...

กลับมาอีกครั้งกับการแข่งขันกีฬากระดานโต้คลื่นระดับนานาชาติ ASIAN SURFCOOPERATIVEชู SPORTAINMENT ดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางสู่จังหวัดภูเก็ต เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเต็มกำลัง 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต และ สมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย ในการจัดงาน PHUKET BEACH FESTIVAL 2022 ระหว่างวันที่ 23-28 สิงหาคม 2565 ณ หาดกะตะ ต.กะรน จ.ภูเก็ต กิจกรรมที่ผสมผสานการแข่งขันกีฬา และ กิจกรรม LIFESTYLE ไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับการแข่งขันกีฬาของไทย และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางสู่จังหวัดภูเก็ต เพื่อการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวถึงการจัดงานว่า “มหกรรม PHUKET BEACH FESTIVAL 2022 เป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงฯ ที่มอบหมายให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดำเนินการกระตุ้นอุตสาหกรรมกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย ผ่านทางกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา ภายใต้โครงการ “มหกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา 2 มหาสมุทร AIR SEA LAND SOUTHERN SPORTS TOURISM FESTIVAL” เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักกีฬา และนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยทั้งระบบ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานอีเวนท์และจบไป...

การท่องเที่ยวปีนังร่วมกับเคทีซี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7” 

การท่องเที่ยวปีนังร่วมกับเคทีซีจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ“เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7” สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวปีนังที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางทั่วโลกที่แสวงหากิจกรรมสุดท้าทาย กับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในปีนัง ประกอบด้วย 1) สไลเดอร์น้ำกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก 2) เขตรักษาพันธุ์ผีเสื้อและแมลงเขตร้อนแห่งแรกของโลก 3) สะพานเชือกแขวนท่ามกลางป่าฝนที่สูงที่สุดในโลก 4) สไลเดอร์แนวตั้งแบบลอยตัวแห่งแรกของโลก 5) กิจกรรมโหนสลิงที่สูงที่สุดในโลก 6) ทางเดินลอยฟ้าแบบโค้งแห่งแรกของโลก และ 7) เส้นทางรถรางผ่านอุโมงค์ที่ชันที่สุดในโลก ทั้งนี้ ปีนังพร้อมเปิดรัฐต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยให้เดินทางไปปีนังได้อย่างสะดวกสบาย โดยมี “เคทีซี” พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรฯ บินตรงกับไทยสมายล์ในราคาพิเศษและให้การสนับสนุนเรื่องบริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่องทาง KTC World Travel Service  นายโยว ซุน ฮิน มนตรีแห่งรัฐปีนังด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “หลังวิกฤตโควิด 19  เทรนด์การท่องเที่ยวได้เปลี่ยนไปโดยเน้นความเป็นส่วนตัวและให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและความรับผิดชอบมากขึ้น ปีนังจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ดังนี้ 1) ปรับวิสัยทัศน์ใหม่: ปีนังในปี 2030 จะเปรียบเสมือนครอบครัวที่พร้อมต้อนรับทุกคน โดยยังยึดถือความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และนำเสนอการท่องเที่ยวที่ทั้งเป็นส่วนตัวและปลอดภัย 2) ปลดล็อกมาตรการการเดินทางเข้าประเทศ: นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่บริเวณนอกอาคาร(Outdoor) ไม่ต้องขอวีซ่า และไม่ต้องตรวจ RC-PCR ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายที่สุดในการเดินทาง 3) มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว: ปีนังได้จัดเตรียมแหล่งท่องเที่ยวซึ่งอุดมไปด้วยความหลากหลายด้านวัฒนธรรมที่ต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความรู้สึกประทับใจและประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน และ 4) สานสัมพันธ์กับผู้ประกอบการและพันธมิตร: ปีนังได้สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับสมาคม สายการบิน ตัวแทนท่องเที่ยว และสื่อมวลชนในประเทศไทย รวมถึงได้ร่วมมือกับ “เคทีซี” ซึ่งถือเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการ เพื่อนำเสนอแพ็คเกจและโปรโมชันต่างๆให้กับสมาชิกบัตรอีกด้วย” นายอุย ชอค เยียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการท่องเที่ยวปีนัง กล่าวว่า “แนวโน้มการท่องเที่ยวได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยนักท่องเที่ยวจะเน้นความเป็นส่วนตัว และพยายามค้นหาเป้าหมายในชีวิตเนื่องจากได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตระหว่างช่วงแพร่ระบาดของโควิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวปีนังจึงใช้หลักจากเทรนด์ดังกล่าว ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้าใจความต้องการของตัวเองมากขึ้นผ่านความท้าทายที่จะช่วยก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปได้ กับแคมเปญ “เปิดโลกปีนังกับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7” ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย สนุกสนานและน่าสนใจ       ซึ่งประกอบด้วย   1) “Escape Penang” สไลเดอร์น้ำกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก  ได้รับการบันทึกโดย Guinness World Records โดยมีท่อน้ำสไลด์ที่ยาวถึง 1,111 เมตร 2) “Entopia by Penang Butterfly Farm” เขตรักษาพันธุ์ผีเสื้อและแมลงเขตร้อนแห่งแรกของโลก แหล่งรวมสายพันธุ์ผีเสื้อเขตร้อนที่บินอย่างเป็นอิสระมากกว่า 15,000 ตัว 3)...

สำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  นำโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร ผนึกกำลังเปิดตลาดการค้าสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ด้วยการผลักดันสินค้าดี  GI อีสานสู่สากล  

นางเกศินี พวงประดิษฐ์ พาณิชย์จังหวัดสกลนคร ในนามสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ดำเนินแผนงานประชาสัมพันธ์หนึ่งในโครงการส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อีสานสู่สากลเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เล็งเห็นว่า สินค้า GI ของภาคอีสานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสินค้า GI เป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ และมีคุณภาพสูงตามเกณฑ์ประเมินการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  รวมทั้งสินค้า GI  เหล่านี้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งในระดับประเทศ และต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร และกลุ่มสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คัดสรรสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI และมีศักยภาพทางการตลาด เผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และประชาสัมพันธ์สร้างโอกาสทางการค้า ผ่านสื่อทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สินค้า GI อีสานได้มีโอกาสเติบโตทั้งในประเทศและสู่สากล พาณิชย์จังหวัดสกลนครยังให้ข้อมูลว่าสินค้า GI ที่โดดเด่นของภาคอีสาน 18 แห่ง ภายใต้ชื่อ “GI ของดีอีสาน มาตรฐานโลก” ประกอบด้วยสินค้าเกษตรแปรรูป เครื่องปั้นดินเผา และผ้าทอมือ ได้แก่ ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI จ.นครราชสีมา, ทุเรียนภูเขาไฟศรีษะเกษ GI จ.ศรีสะเกษ, สับปะรดท่าอุเทน GI จ.นครพนม, ผ้าหมักโคลนหนองสูง GI จ.มุกดาหาร, ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ GI จ.กาฬสินธุ์, น้ำหมากเม่าสกลนคร GI จ.สกลนคร, ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร GI จ.สกลนคร, เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง GI จ.อุดรธานี, กล้วยตากสังคม GI จ.หนองคาย, ส้มโอทองดีบ้านแท่น GI จ.ชัยภูมิ, ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท GI จ. ขอนแก่น, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI วิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตข้าวพันธุ์บ้านสระแคน จ.มหาสารคาม, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนน้ำอ้อม จ.ยโสธร,ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี GI จ.อุบลราชธานี, ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ GI จ.สุรินทร์, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI กลุ่มข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้อำเภอเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด, ผ้าไหมเก็บบ้านเมืองหลวง GI ศรีสะเกษ และข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ GI จ.บุรีรัมย์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา  เปิดเผยว่าพื้นที่อำเภอปากช่อง  เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียนคุณภาพ จึงได้ผลักดันให้ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ได้รับการการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือสินค้า GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา  กระทรวงพาณิชย์ รวม 39 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกทั้งสิ้น 1,182  ไร่ มีผลผลิตรวม 409 ตัน ทุเรียนในพื้นที่ปากช่องเขาใหญ่...

สิงคโปร์โชว์ 3 แผนพัฒนาเพื่อเปลี่ยนประเทศเป็นเมืองแห่งสุขภาพและหมุดหมายแห่งความยั่งยืน 

สิงคโปร์ได้เปิดตัวแคมเปญโปรโมตการท่องเที่ยว “SingapoReimagine” เมื่อเร็วๆ นี้ โดยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศที่จะชูจุดเด่นในการเป็นเมืองแห่งสุขภาพและหมุดหมายการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ถึงแม้จะมีข้อจำกัดในด้านขนาดพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติ แต่ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศสิงคโปร์ได้พิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ทุกสิ่งสามารถเป็นไปได้ ถ้าหากได้ลงมือทำภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง วันนี้สิงคโปร์ได้วางจุดยืนของตนเองให้เป็นหนึ่งในประเทศที่เขียวขจีที่สุดในโลก และภาคการท่องเที่ยวก็ได้เร่งพัฒนาและเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพมากมายให้กับผู้มาเยือน โดยเริ่มต้นจากเทศกาลส่งเสริมสุขภาพสิงคโปร์ 2565 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือว่าสิงคโปร์กำลังมาถูกทางแล้วในการเป็นเมืองแห่งสุขภาพและความยั่งยืนแห่งแรกในทวีปเอเชีย โดยการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ขอพาคุณไปเจาะลึกถึงแผนพัฒนาประเทศ 3 แผนที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศสิงคโปร์ 1. การเป็น “เมืองสีเขียว”ในปี 2559 สิงคโปร์ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่เขียวขจีที่สุดในเอเชีย...
Social profiles