บอกรักแม่ด้วยภูมิสมดุล

IMG_3424ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM (โอเปอเรชั่น บิม) นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลจากสารสกัดธรรมชาติ กล่าวว่า โดยหลักวิทยาศาสตร์ ความชรา (Aging) คือ ผลจากการสะสมของความเสื่อมสภาพที่มีต่อเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย นำไปสู่ความเจ็บป่วยและเสียชีวิตในที่สุด จากการศึกษาพบว่า อนุมูลอิสระเป็นสาเหตุหลักของความชราและการเกิดโรคในผู้สูงอายุ ถ้าเปรียบร่างกายของคนก็เหมือนกับเหล็กที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วเกิดเป็นสนิมขึ้นนั่นเอง

เพราะฉะนั้น การรักษาระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อยู่ในระดับที่สมดุลอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพของคนที่เรารัก เรียกว่าภาวะ “ภูมิสมดุล” เพราะในร่างกายของคนเรามีเม็ดเลือดขาวอยู่ประมาณ 20,000-55,000 ล้านเม็ด ถือเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่มากที่ธรรมชาติสร้างขึ้นให้เรา เพื่อทำหน้าที่ปรับภูมิคุ้มกันร่างกายให้เกิดความสมดุล เพราะผู้สูงวัยที่มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดโรคเบาหวาน โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคเกี่ยวกับดวงตา เป็นต้น ดังนั้นจึงถือเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของบุตรหลานที่จะต้องดูแลผู้สูงวัยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุขภาพที่แข็งแรงในตลอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของท่าน โดยมีวิธีที่ทุกคนสามารถทำได้ดังนี้

  1. การออกกำลังกายของผู้สูงอายุดูแลร่างกายให้อยู่ในภาวะ “ภูมิสมดุล” เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายใช้กลไกธรรมชาติที่มีต่อสู้กับโรคด้วยตัวเอง การวิจัยในห้องปฏิบัติการได้ค้นพบว่า สารกลุ่ม Xanthones ที่มีสรรพคุณสูงสุดในมังคุดคือ GM-1 มีคุณสมบัติเพิ่มความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมได้ดี ยิ่งเมื่อนำมาเสริมฤทธิ์ด้วยสารสกัดจากพืชและผลไม้อีก 4 ชนิด คือ ถั่วเหลือง งาดำ ฝรั่ง และบัวบก ยังพบว่ามีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Th1, Th9, Th17 และ Interleukin-18 ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกองทหารสื่อสาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาวกลุ่มเพชฌฆาต Cytotoxic T-Cell อย่างเห็นได้ชัด
  2. ดูแลด้านการรับประทานอาหาร อาทิ โปรตีน ควรต้องเป็นชนิดย่อยง่ายเช่นกันเช่น จากปลาและไข่ ถ้าจะบริโภคเนื้อแดงควรต้อง ปรุงให้เปื่อยยุ่ย เป็นต้น ในส่วนของไข่ ถ้าไม่มีโรคประจำตัวหรือไขมันในเลือดสูง สามารถกินไข่ที่รวมทั้งไข่แดงและไข่ขาวได้ถึงวันละ 2 – 3 ฟอง ควรจำกัดไขมันทุกประเภทให้เหลือน้อยที่สุด เพราะเป็นอาหารที่มีประโยชน์น้อยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ให้โทษมากกว่า โดยเฉพาะโรคของหลอดเลือดต่างๆเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง
  3. ออกกำลังกาย เดิน  วิ่งดูแลให้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย (Physical activity) ทุกส่วนอยู่เสมอ เช่น การเดิน การบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ โดยทั่วไปการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุคือ การเดิน ซึ่งเมื่อไม่มีปัญหาด้านสุขภาพ จะแนะนำการเดินวันละประมาณ 20-30 นาทีทุกๆวัน ไม่ควรนั่งแช่ดูทีวีหรือนอนอยู่แต่บนเตียง
  4. ดูแลให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้คนรอบข้าง เพราะจากงานวิจัย Harvard Study of Adult Development ทำการศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของผู้ใหญ่จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด Harvard University ที่ใช้ระยะเวลาศึกษาค้นคว้าทั้งสิ้น 75 ปีเต็ม พบว่า คำตอบที่แท้จริงของชีวิตที่มีความสุขก็คือ ‘ความสัมพันธ์ที่ดี’ นั่นเอง เพราะจากการศึกษาพบว่าบุคคลที่ให้ความสำคัญกับ ‘ความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้คนรอบข้าง’ จะเป็นผู้ที่พบกับความสุขที่แท้จริง

นอกจากนี้แล้ว การได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากสมาชิกในครอบครัวจะยิ่งสร้างความสุข มากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย วันแม่ปีนี้บอกรักแม่โดยเริ่มต้นด้วยการดูแลสุขภาพด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี หรือเรียกว่า “ภูมิสมดุล” กันเถอะ

Related posts