ผลวิจัยเผย! ฉีดฟิลเลอร์รักษาริ้วรอยรอบดวงตา เพิ่มความภาคภูมิใจ และคุณภาพชีวิตของผู้หญิงได้

“ดวงตา คือ หน้าต่างของหัวใจ” เป็นคำกล่าวที่เราเคยได้ยินติดหูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยบริเวณรอบดวงตาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ดวงตา แววตา คิ้ว หรือแม้กระทั่งองค์ประกอบของรอบตาโดยรวมสามารถระบุเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้ และยังเป็นบริเวณที่สำคัญที่สุดของใบหน้าที่ใช้ในการสื่ออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ รวมถึงการถ่ายทอดเสน่ห์ในตัวคนนั้นๆ ให้ประทับใจต่อบุคคลอื่นได้อีกด้วย กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นทุกวันกับทุกคน แฝงอยู่ในสังคม แม้จะมีวัฒนธรรมหรือค่านิยมทางสังคมที่แตกต่างกัน โดยที่เราทุกคนไม่ทันได้สังเกตเลย อย่างไรก็ตามบริเวณรอบตาของทุกคนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกชั่วขณะเวลา อาจเกิดริ้วรอยจากความชรา เกิดรอยหมองคล้ำใต้ตา มีความหย่อนคล้อยของถุงใต้ตา หรือแววตาอาจมีการเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งในหลาย ๆ คนก็สามารถเกิดริ้วรอยความหมองคล้ำใต้ตาได้ทั้งที่อายุยังไม่ได้เข้าสู่วัยชรา อาจด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง จนก่อให้เกิดความกังวลจนเกิดอารมณ์เชิงลบ ส่งผลเชิงลบต่อปัจจัยทางจิตสังคม และมีผลกระทบต่อความภาคภูมิใจในตนเองให้เสื่อมถอยลง  และมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ไม่ถูกใจเจ้าของใบหน้าและดวงตานั้นๆ อย่างแน่นอน ​ปัจจุบันเราสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความชราบริเวณรอบดวงตา โดยหลากหลายวิธีที่เหมาสมและปลอดภัย เช่นการฟื้นฟูปรับสภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งมีมากมายในท้องตลาด...

มาสำรวจตัวเองกันหน่อย คุณเป็นโรคนิ้วล็อกอยู่หรือเปล่า

หลาย ๆ คนคงจะเคยมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้ว เหยียดนิ้ว-งอนิ้วไม่สะดวก หรือรู้สึกว่าการงอนิ้ว เหยียดนิ้ว มีความรู้สึก “กึ๊กๆ” คล้ายสปริง และที่ร้ายสุดคือมีอาการเจ็บมากจนไม่สามารถงอนิ้วได้ ลักษณะอาการดังที่กล่าวมา เราเรียกภาวะนี้ว่าผู้ป่วยเป็น "โรคนิ้วล็อก"  (Trigger Finger) ร.ต.อ.นพ.วรพล เจริญพร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ-ศัลยกรรมทางมือและจุลศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้กล่าวถึงสาเหตุ และวิธีรักษาโรคนิ้วล็อก สำหรับใครที่สงสัยว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ใช่นิ้วล็อกหรือเปล่า ลองสังเกตตัวเองจากข้อมูลเหล่านี้ดู และคุณหมอก็ยังมีวิธีป้องกันโรคนิ้วล็อกมาฝากด้วย สาเหตุ โรคนิ้วล็อกเกิดมาจากความขยันในการทำงานบ้าน ทำสวน การเล่นกีฬา หรือเเม้กระทั่งการทำงานของพนักงานออฟฟิศ รวมถึงการเล่นโทรศัพท์มือถือที่ต้องใช้การงอนิ้ว...

จิตแพทย์แนะวิธีสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ เหตุคนไทยเครียดซึมเศร้า ยังไม่ติดโควิดแต่สุขภาพจิตใกล้โคม่า

แต่ไหนแต่ไรมาปัญหาสุขภาพจิตก็ถือเป็นภัยที่คุกคามชีวิตของคนทั่วโลกอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ผู้คนเกิดความเครียดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ในญี่ปุ่นมียอดการฆ่าตัวตายสูงถึง 17,000 ราย หลังจากเผชิญกับโรคไปได้แค่ 4 เดือน ในขณะที่ประเทศไทยก็มีอัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นถึง 22%   และการระบาดระลอกใหม่นี้เอง จะเห็นได้ว่าผู้คนยิ่งมีความวิตกกังวลเพราะจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ยังต้องใช้ชีวิตประจำวัน  ต้องออกจากบ้านไปทำงาน มีการพบเจอผู้คน ท่ามกลางความหวาดระแวงว่าจะติดเชื้อหรือไม่ เมื่อเราถาม พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จากคลินิกสุขภาพใจโรงพยาบาลวิมุต ว่าการมาถึงของโรค COVID-19 กระทบต่อปริมาณผู้ป่วยจิตเวชมากน้อยเพียงใด "จากสถานการณ์จากโรคCOVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาด เป็นเหมือนคลื่นกระทบที่คนไข้เขายังไม่ได้ตั้งตัว ในแต่ละวันโรงพยาบาลของรัฐบาลจะมีคนไข้วันละครึ่งร้อยเข้ามาขอรับคำปรึกษาจากจิตแพทย์จากหลายๆ สาเหตุ ...

เหงื่อออกที่มือ สัญญาณผิดปกติ

โรคเหงื่อออกที่มือ เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยมากถึง 3% ของประชากรของประเทศ สามารถพบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเท่า ๆ กันและมักพบในคนที่อายุน้อย โดยอาการแต่ละคนจะมีผลต่อกิจวัตรประจำวัน เริ่มตั้งแต่การหยิบจับอะไรก็ตาม ก็จะมีเหงื่อซึมออกมาตลอดเวลา จนทำให้เกิดความรำคาญจนไปถึงบางรายอาจส่งผลถึงคุณภาพชีวิต ไม่มั่นใจและไม่กล้าเข้าสังคม  เช่น ในกลุ่มที่ต้องใช้มือค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องใช้มือในการประกอบอาชีพ เช่น พ่อค้าแม่ค้า พนักงานที่ทำงานในโรงงาน หรือ วิศวกรที่ทำงานกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือ กลุ่มนักธุรกิจที่ต้องใช้มือในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า อาการของโรคเหงื่อออกที่มือ มีทั้งหมด 2 สาเหตุ...

แอสตร้าเซนเนก้า หนึ่งโดสสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างน้อย 1 ปี กระตุ้นภูมิคุ้มกันระดับสูงหลังฉีดโดสที่ 2 และ 3

แอสตร้าเซนเนก้า เผยผลการวิเคราะห์ย่อยจากการทดลองใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในการศึกษากลุ่ม COV001 และ COV002 โดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง ทั้งจากการเว้นระยะการฉีดวัคซีนโดสแรกและโดสที่สองเป็นระยะเวลากว่า 45 สัปดาห์ และการฉีดวัคซีนโดสที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดฉบับก่อนตีพิมพ์ในวารสาร เดอะ แลนเซต ระบุว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าหนึ่งโดส มีผลทำให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี การเว้นระยะในการฉีดวัคซีนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรกและโดสที่สองห่างกันนาน 45 สัปดาห์ มีผลกระตุ้นให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่า เมื่อมีการอ่านค่าแอนติบอดี 28 วันภายหลังการฉีดวัคซีนโดสที่สอง พบว่าระดับแอนติบอดีจากการเว้นระยะระหว่างวัคซีนโดสแรกและโดสที่สองนาน...

โรคโควิด-19 กับอาการทางผิวหนังที่ไม่ควรมองข้าม (ตอนที่ 1)

แม้ว่าโรคโควิด-19 จะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก แต่ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางผิวหนังร่วมด้วย สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จึงมีความเป็นห่วงประชาชนเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยโควิด-19  ที่มีหลากหลายระบบ อย่างไรก็ดีจากสถิติพบว่าประมาณ 0.2 -20% ของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั้งหมดมีอาการผื่นทางผิวหนังร่วมด้วย ผื่นอะไร ที่ให้สงสัยว่าเป็น COVID รศ.พญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร อนุกรรมการประชาสัมพันธ์และงานกิจกรรมงคมสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยกล่าวว่า จากผลงานวิจัย Skin manifestations in COVID-19: The tropics experience เมื่อปีพ.ศ. 2563 พบว่าสถิติผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน153...

รู้จัก “Fam med” อีกขั้นของการดูแล แพทย์ที่เทคแคร์คุณ และครอบครัว ตลอดชีวิต

ลองคิดภาพตามว่า จะดีแค่ไหน ถ้าคุณได้รับการดูแลโดยแพทย์ที่รู้ประวัติการรักษาของคุณอยู่แล้ว รู้ไปถึงประวัติการเจ็บป่วยและรักษาของคนในครอบครัวด้วย  รวมถึงเข้าใจไลฟ์สไตล์คุณกับครอบครัวเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่คุณเดินทางมารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิมุต คุณจะได้เจอแพทย์คนนี้ก่อนใคร นี่เป็นคำจำกัดความง่ายๆ ของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว แพทย์ประจำบ้าน หรือที่เรียกย่อๆว่า “Fam med” (Family Medicine) แพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลคุณและครอบครัวโดยตรง เข้าใจสภาพแวดล้อม ปัจจัยในการเจ็บป่วยของคุณ โรคพันธุกรรมของคุณ เป็นแพทย์คนแรกที่จะดูแลคุณและครอบครัวเมื่อมีอาการเจ็บป่วย (First contact) โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจะได้รับการฝึกฝนให้มีองค์ความรู้ที่หลากหลาย สามารถดูแลปัญหาสุขภาพของ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกโรค จนครบจบกระบวนการตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค...

บำรุงราษฎร์ สนับสนุนภาครัฐ เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชน

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งที่พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ผู้ป่วยของโรงพยาบาลฯ รวมถึงประชาชนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน ที่ได้ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมเรียบร้อยแล้ว จากข้อมูลปัจจุบันของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้ารับฉีดวัคซีนโควิด-19 เต็มจำนวนตามที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐแล้วโดยเริ่มฉีดในวันที่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 พร้อมกันกับโรงพยาบาลและจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ เป็นเวลา 54 วันต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุด...

เตรียมตัวพร้อมก่อนฉีดวัคซีนให้ปลอดภัย

การระบาดของโควิด 19 ยังมีความรุนแรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลเร่งบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ด้วยนโยบายที่ต้องการให้ทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ผ่านกลไกระบบ 3 หมอ (หมอประจำบ้าน/หมอสาธารณสุข/หมอครอบครัว) ผ่าน อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและยุว อสม. หรือ ยุวอาสาสมัครสาธารณสุขเพื่อเชิญชวนครอบครัวคนไทยเข้ารับการฉีดวัคซีนให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามในช่วงที่ประชาชนจะได้รับวัคซีนจากการจองจากแหล่งต่าง ๆ ในเดือนมิถุนายนนี้ กระทรวงสาธารณสุข จึงมีข้อแนะนำในการเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีน 7 ข้อ ดังนี้ 1) สองวันก่อนและหลังการฉีดวัคซีน ให้ งด...

เตือน!!! คนในครอบครัว ใส่ใจผู้สูงอายุ ลดเสี่ยงเลี่ยงโควิด 19

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่นี้ส่วนใหญ่มาจากบุคคลในครอบครัวที่มีการเดินทางเคลื่อนย้ายออกไปทำงานนอกบ้าน มีผลทำให้เกิดการแพร่กระจายมาสู่คนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด สามารถติดเชื้อได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากผู้สูงอายุมีภูมิต้านทานโรคค่อนข้างต่ำ ทำให้ติดเชื้อง่ายกว่าวัยอื่น ๆ ปัจจุบันผู้สูงอายุแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้ดี กลุ่มนี้มักจะออกไปมีปฏิสัมพันธ์นอกบ้าน มีความเสี่ยงในการติดเชื้อค่อนข้างสูง 2. กลุ่มติดบ้าน กลุ่มนี้จะมีความปลอดภัย แต่จะต้องระวังว่าคนในครอบครัวจะนำเชื้อจากภายนอกเข้ามาติดผู้สูงอายุได้ และ 3. กลุ่มติดเตียง กลุ่มนี้มีทั้งที่อยู่บ้านและอยู่ในสถานพยาบาล...
Social profiles